เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ที่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 11 บ้านภูเงิน ต.เฝ้าไร่ อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ นางคำแสน มาตรา อายุ 47 ปี, นายณัฐดนัย นามบุรี อายุ 25 ปี และ น.ส.สุมิตา นามบุรี อายุ 22 ปี ทั้งหมดเป็นแม่ลูกกัน ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์อาคารถล่มในโครงการก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ บริเวณจตุจักร กรุงเทพมหานคร จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568

ล่าสุดในช่วงเช้าของวันนี้ ญาติได้เตรียมการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ไปยังวัดป่าธรรมคุณ บ้านภูเงิน ต.เฝ้าไร่ เพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจ โดยมีญาติพี่น้องและชาวบ้านในพื้นที่เดินทางมาร่วมงานศพที่บ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกันจัดเตรียมความพร้อม ทั้งที่บ้านและที่วัดป่าธรรมคุณ ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมกันจัดทำเตาเผาชั่วคราว 2 เตา ด้านข้างเมรุ เนื่องจากเมรุของวัดสามารถเผาได้เพียง 1 ศพ โดยญาติจะนำร่างของนางคำแสนผู้เป็นแม่เข้าเมรุ ส่วนร่างของลูกชายและลูกสาวจะวางบนเตาเผาชั่วคราวด้านข้าง และจะเคลื่อนย้ายศพไปยังวัดในช่วงเที่ยงวันนี้

นายณัฐชัย นามบุรี อายุ 29 ปี ลูกชายคนโตของนางคำแสน และเป็นพี่ชายของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน ซึ่งในวันนี้ได้โกนผมเพื่อเตรียมบวชหน้าไฟให้กับแม่และน้องๆ ด้วยความเศร้าโศก นายณัฐชัย เล่าว่า ตนเองก็เคยไปทำงานที่กรุงเทพฯ เช่นกัน แต่ไม่ได้ทำงานก่อสร้าง ทำงานดูแลโต๊ะสนุกเกอร์ ย่านมีนบุรี เมื่อทราบข่าวว่าแม่และน้องประสบเหตุ ก็รีบเดินทางไปหาด้วยความเสียใจอย่างมาก

“อยากบอกว่าคิดถึงทุกคน หลังจากนี้ก็จะลาออกจากงานที่ทำ กลับมาดูแลตา ยาย ส่วนน้าชายที่ทำงานอยู่ไต้หวัน ทำงานครบสัญญา 5 ปี พอดี ก็จะเดินทางกลับมาหางานทำแถวบ้านเพื่อดูแลตายายไปด้วยเช่นกัน” นายณัฐชัย กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ด้านนายประเทือง มาตรา อายุ 68 ปี ผู้เป็นตาของหลานทั้งสอง และพ่อของนางคำแสน เล่าด้วยความเศร้าใจว่า “เมื่อคืนที่ผ่านมา ลูกสาวกับหลานๆ มาเข้าฝัน โดยลูกสาวหน้าตาโศกเศร้าบอกตนว่ามาลา จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ชาติหน้ามีจริงขอให้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก เหมือนรู้ว่าตัวเองตายแล้ว ส่วนหลานทั้งสองคนหน้าตาสดใสไม่ได้พูดอะไรกับตน เพียงแต่ยิ้มให้ จากนั้นก็พากันเดินจับมือออกไป จนถึงตอนนี้ก็ยังเสียใจ ทำใจไม่ได้ มันเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” อย่างไรก็ตาม นายประเทือง กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ให้ความช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ “อยากขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน ภาคเอกชน และพี่น้องชาวบ้านภูเงิน ญาติๆ ทุกคนที่มาช่วยเหลือและให้กำลังใจตลอดหลายวันที่ผ่านมา ตนกับทุกคนที่เหลืออยู่จะพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้” นายประเทือง กล่าวทิ้งท้ายด้วยความอาลัย