การ“โล้ชิงช้า” เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งในการประกอบพิธี “ตรียัมปวาย” ซึ่งเป็นพิธีกรรมของพราหมณ์ที่ชาวนครศรีธรรมราช เรียกพิธีกรรมและกิจกรรมทั้งหมดว่า “ประเพณีแห่นางดาน” และเป็นประเพณีที่นำความมั่งคั่งและมั่นคงแข็งแรงมาสู่บ้านเมือง และมีการประกอบพิธีในการขึ้นครองราชย์ของพระมหากษัตริย์รัชกาลต่าง ๆ ของกรุงรัตนโกสินทร์ตลอดมา เพิ่งมายกเลิกไปเมื่อปี พ.ศ. 2476 ในสมัยรัชกาลที่ 7 เพราะมีคนที่แสดงเป็นนาลีวัลย์ขึ้นโล้ชิงช้าตกลงมาตาย

การโล้ชิงช้านั้นสืบทอดกันมาในหมู่พราหมณ์ เป็นการจำลองตำนานการสร้างโลกตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ว่าเมื่อพระพรหมได้สร้างโลกขึ้นมาเสร็จแล้วได้ทูลเชิญ พระศิวะ ให้ยืนขาเดียวบนภูเขาลูกหนึ่ง โดยที่พญานาคทั้งหลายร่วมแรงกันกวนน้ำในมหาสมุทรและหากพระศิวะไม่อาจยืนได้ด้วยขาเดียวก็แสดงว่าโลกที่พระพรหมสร้างขึ้นนั้นไม่แข็งแรงพอ แต่ปรากฏว่าพระศิวะยังคงประทับยืนขาเดียวอยู่ได้ตลอดเวลา พระพรหมจึงเห็นว่าแผ่นดินที่สร้างขึ้นมานั้นมั่นคงเพียงพอแล้ว จึงได้ดำเนินการเนรมิตมนุษย์และเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ดำรงชีวิตอยู่บนโลกต่อไป

ประเพณีแห่นางดานเป็นประเพณีที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับพระศิวะหรือพระอิศวรที่จะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์เพื่อประทานพรให้โลกมนุษย์อยู่กันด้วยความร่มเย็นเป็นสุขเป็นระยะเวลา 10 ราตรี โดยพระอิศวรจะบันดาลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ในทุก ๆ ด้าน ดังนั้นบรรดามนุษย์และเทพชั้นรองจึงจัดพิธีต้อนรับด้วยการแห่ไม้กระดาน 3 แผ่น ที่แกะสลักเป็นรูปเทพชั้นรอง 4 องค์ ประกอบด้วยแผ่นที่ 1 รูปพระอาทิตย์ พระจันทร์ แผ่นที่ 2 รูปพระแม่คงคา และแผ่นที่ 3 รูปพระแม่ธรณี (ชาวนครศรีธรรมราชเรียกไม้กระดานที่แกะสลักว่า “นางดานหรือนางกระดาน” เพื่อไปต้อนรับพระอิศวรที่เชื่อกันว่าจะเสด็จลงมาทางเสาชิงช้า จากนั้นจะมีพิธี “ตรียัมปวาย” และ “โล้ชิงช้า”ตามลำดับ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 นางสาวกิตติกา ลิขิตวศินกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ เขต 2( ในขณะนั้น) ได้สืบค้นประวัติพิธีกรรมโบราณของจังหวัดนครศรีธรรมราช จนพบว่าการโล้ชิงช้าหรือตรียัมปวายจะรวมอยู่ในประเพณี “แห่นางกระดาน” และเล็งเห็นว่าประเพณีดังกล่าวเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ควรค่าแก่การศึกษาและมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ และคงจะหาดูชมประเพณี “แห่นางกระดาน”ที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราชอีกทางหนึ่งด้วย จึงร่วมกับเทศบาลนครนครศรีธรรมราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนฟื้นฟูประเพณี “แห่นางกระดาน” ขึ้นมาใหม่ และนำมาผนวกกับประเพณีสงกรานต์ จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544 นอกจากจะเป็นการบูชาเทพยดาตามความเชื่อของพราหมณ์แล้วยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย โดยเชื่อว่าประเพณีนี้จะเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้เข้ามาศึกษาและสัมผัสประเพณีที่หาดูได้ยากในโลกปัจจุบัน

ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด กล่าวว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ที่ผ่านมา นครศรีธรรมราชถูกกำหนดให้เป็น 1 ใน 9 เมืองโบราณของประเทศไทย และให้มีการจัดประเพณีมหาสงกรานต์ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงได้มีการผนวกเอาประเพณี “แห่นางดาน” มาจัดรวมในช่วงเวลาเดียวกัน จนกลายเป็นงานประเพณี “มหาสงกรานต์ แห่นางดานเมืองนคร” มาจนถึงปัจจุบันจัดต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 24 โดยในปีนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชยังถูกกำหนดให้เป็น 1 ใน 5 จังหวัดที่มีกิจกรรม “มหาสงกรานต์”ที่มีเอกลักษณ์ อัตลักษณ์โดดเด่นที่สุด 1 เดียวในของภาคใต้ โดยในปีนี้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ,สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวนครศรีธรรมราช และจังหวัดนครศรีธรรมราชกำหนดจะจัดกิจกรรมขึ้น ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2568 โดยมีจุดศูนย์กลางการจัดกิจกรรมที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ภายใต้หรือแนวคิดที่ว่า “มหามงคลแห่งชีวิต พุทธาภิเษกน้ำศักดิ์สิทธิ์ สรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ ชมแห่นางดาน อลังการตำนานเมืองนคร ต้อนรับพระบรมธาตุมรดกโลก”

โดยกำหนดจัดกิจกรรมที่เคยมีและยึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่ครั้งโบราณซึ่งจะไม่มีเมืองหรือจังหวัดไหนเหมือนจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งวันที่ 11 เม.ย. ประกอบพิธีพิธีบวงสรวงถวายเครื่องสักการะและเจริญพระพุทธมนต์แด่พระเจ้าศรีธรรมโศกราช ปฐมกษัตริย์แห่งนครศรีธรรมราช,วันที่ 12 เมษายน พิธีอภิเษกน้ำศักดิ์สิทธิ์เมืองนคร ( 9 แหล่ง)และเงินตรานโม/พิธีการพิสูจน์ปริศนา “พระธาตุไร้เงา” วันที่ 13 เมษายน 2568 “วันมหาสงกรานต์”จะมีพิธีส่งเจ้าเมืองเก่า/พิธีไล่แม่มดพิธี/สรงน้ำพระมหาธาตุเจดีย์/พระพุทธสิหิงค์/จตุคามรามเทพ “โดยไฮไลต์หรือหัวใจของการจัดงานจะมีขึ้นในวันที่ 14 เมษายน 2568 เริ่มตั้งแต่เวลา 18.30 น.ขบวนแห่นางดานเริ่มจากฐานหอพระอิศวรสถานตรงไปตามถนนราชดำเนิน เพื่อประกอบพิธีที่สวนพระศรีธรรมาโศกราช มีการจัดแสดงมินิไลท์แอนน์ซาวด์ “อลังการแห่นางดานตำนานเมืองนคร” เพื่อสืบสานตำนานความยิ่งใหญ่เมืองนครศรีธรรมราช/ พิธีตรียัมปวายและโล้ชิงช้า

ในปัจจุบันประเพณี “แห่งนางดาน-ตรียัมปวายและการโล้ชิงช้า” ยังคงปฏิบัติกันอย่างจริงจังที่นครศรีธรรมราชเพียงแห่งเดียวเท่านั้น เรียกว่า 1 เดียวในเมืองไทยหรือในโลกก็ว่าได้ในวันเดียวกันในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยจัดให้มีการละเล่นโบราณของนคร อาทิ พิธีเชื้อญาหงส์/การเล่นสะบ้า/ลิเกป่า/การรำทับยาว/รำมอญ และการฉายภาพยนตร์กลางแปลง เรื่อง “กำเนิดเมืองนคร” และในวันที่ 15 เม.ย. ส่งท้ายประเพณีมหาสงกดรานต์ ประจำปี 2568 จะมีการจัดพิธีขึ้นเบญจาขอพรพระเกจิอาจารย์และรดน้ำผู้อาวุโส/ผู้สูงอายุ จาก 23 อำเภอ โดยปิดท้ายกิจกรรมด้วยขบวนแห่ในพิธีรับเจ้าเมืองใหม่พร้อมร่วมประกอบพิธีทำบุญเมืองครั้งใหญ่ในรอบปี
การกำหนดจัดกิจกรรมโบราณเพิ่มเติมตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ประกอบกับอยู่ในช่วงที่ยูเนสโกจะพิจารณารับรองพระบรมธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นมรดกโลก โดยนักท่องเที่ยวมีเป้าหมายหลักคือการเดินทางไปกราบนมัสการองค์พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตามความเชื่อที่ว่า “เกิดมา 1 ชาติได้กราบพระบรมธาตุเมืองนคร 1 ครั้ง” ก็ถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตเป็นที่สุดแล้ว จึงเชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวแห่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดนครศรีธรรมราชมากกว่าทุก ๆ ปีอย่างแน่นอน.



