เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 69 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจรติประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย กรรมาธิการ เข้าพบนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และคณะผู้บริหารของกรม สถ. เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาสอบท้องถิ่น

โดยทาง สถ. ชี้แจงรายงานในประเด็นที่เกี่ยวข้อง ภายหลังจากนายอาสพลธ์ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ตั้งประเด็นคำถาม 19 ข้อ เช่น การยืนยันว่า TOR มีมาตรการป้องกันการทุจริตให้มีความรัดกลุ่มมากขึ้น ตามข้อสั่งการกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้มีการกีดกันการเสนอราคา ยืนยันถึงโปร่งใสตรวจสอบได้ ไม่ได้กำหนดให้เอื้อมีการแก่มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งใดได้รับงานประมูล ในส่วนการจ่ายค่าจ้างให้กับ มศว โดยมีสัญญาจ้าง 4 งวดงาน วงเงิน 143 ล้านบาท ตอนนี้เหลืองวดที่ 4 ที่ยังไม่ได้จ่าย วงเงิน 32 ล้านบาท หาก มศว ส่งมอบงานแล้วถึงจะจ่าย แต่ปรากฏข่าวทุจริตจึงชะลอการจ่ายเงิน พร้อมทำหนังสือหารือกรมบัญชีกลาง หารือว่า การให้ มศว เป็นผู้ที่ทิ้งงานการจัดซื้อจัดจ้าง กำลังหารือเรื่องการบอกเลิกสัญญาและการเรียกค่าเสียหาย เพื่อรอผลการพิจารณาการทุจริตสอบยุติ

สำหรับขั้นตอนการรับแฟลชไดร์ฟ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ประธาน กสถ. มีคำสั่งแต่งตั้งผู้ที่รับผิดชอบ หลัง มศว นำมาส่งคือ ผอ.สำนักกองบุคคล ผู้เชี่ยวชาญ และ ผอ.กลุ่มที่รับผิดชอบ รวม 3 คน ซึ่งในข้อมูลนี้ประธาน กสถ. ชี้แจงในที่ประชุมกรรมาธิการ ป.ป.ช. ว่ามอบ รองอธิบดี สถ.
กรณีตู้นิรภัยเก็บแฟลชไดร์ฟต้นฉบับในตู้ห้องของอธิบดี มีการเก็บกุญแจไว้กับผู้อำนวยการสำนักกองบุคคลท้องถิ่น จะเปิดตู้ได้คือผู้ที่ถือกุญแจเท่านั้น จากนั้นเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยพบว่าไฟล์ประมวลผลข้อมูลเป็นคนละไฟล์กับแฟลชไดร์ฟในตู้เซฟ เจตนาเพื่อการตรวจสอบรีเช็คระหว่างกัน แต่ทั้งนี้ผลตรวจสอบข้อมูลรั่วยังไม่ได้ออกมา

มีข้อมูลการชี้แจง กรณีเจ้าหน้าที่ติดต่อกับ มศว ในเรื่องงานในหน้าที่ทางใด หรือคอมพ์เครื่องไหน โดยพบว่าการสอบสวน ใช้เครื่องคอมพ์ของ น.ส.บุรณี แพรโรจน์ ผอ.กลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลท้องถิ่น (สังกัดสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น)
ส่วนกรณีคลิปเสียงการเรียกรับประโยชน์อยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเพื่อหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ พบคนชื่อ “ส้ม-กิต” เรียกรับเงิน 350,000 บาทต่อคน ในโซเชียลมี 3 คลิป พบว่าไม่ใช่บุคคลของ สถ. แต่เป็นคนในบริษัทเอกชน
นอกจากนี้ยังชี้แจงเกี่ยวกับการเปิดไฟล์เติม 115 ครั้งมีเจ้าหน้าที่มาเก็บข้อมูลไปแล้ว ว่ายังรอผลในการออกเอกสารรับรองว่าในการเปิดแต่ละครั้งเปิดเครื่องคอมพ์ใดและผู้ใดเป็นคนเปิด

ส่วนกระดาษคำตอบที่ไม่ตรงกับผลคะแนน สถ. นั้น ทาง สถ. ได้ตรวจสอบไฟล์กระดาษคำตอบที่ถูกจัดเก็บตั้งแต่ครั้งแรกที่นำมาเก็บที่ตู้เซฟ ยังไม่มีการแก้ไข ซึ่งขั้นตอนปฏิบัติแต่ละศูนย์จะต้องส่ง 2 แฟลชไดร์ฟมายัง สถ. ภายใน 7 วันตาม TOR แต่สุดท้ายพบว่ากลับไม่ตรงกับกระดาษคำตอบ
สำหรับชื่อเจ้าหน้าที่ สถ. ผู้ที่เสนอบัญชีในบัญชีที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ที่พบว่ามีการแก้ไข โดย สถ. ชี้แจงว่า ทาง มศว เป็นผู้ส่งข้อมูลให้ กสถ. ตรวจสอบความถูกต้องคุณสมบัติตำแหน่งและชื่อ ไม่ได้แก้ไขคะแนนเป็น ซึ่งหลักการที่ปฏิบัติมา
ขณะที่เรื่องตัวเลขผู้สอบแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ไม่ตรงกัน ระหว่าง สถ. กับ ป.ป.ช. ที่ต่างกัน อาจเพราะพยานหลักฐานที่มีข้อมูลต่างกันจาก 5,925 กับ 5,960 โดย สถ. ยึดการตรวจกระดาษคำตอบทั้งหมด 270,000 คน ผลใช้เกณฑ์คะแนนกระดาษคำตอบที่มีการสแกนเป็นหลัก หากประกาศรายชื่อแล้วคะแนนแตกต่างถือเป็นกลุ่มที่มีคะแนนผิดปกติ แยกเป็นกลุ่มคะแนนไม่ผ่านเลย-กลุ่มคะแนนที่ผ่านแต่เอาคะแนน มีการบูรณาการทำงานในการตรวจคะแนน

ทั้งนี้การดำเนินการกับผู้ที่แก้ไขคะแนนมี 2 ส่วน 1. กลุ่มคนสอบผ่านโดยสุจริตด้วยคะแนนที่แท้จริง จากจำนวน 279,949 คน 49,268 คน มีการปรับลดคะแนนลง 2 คนด้วย 2. กลุ่มที่มีแก้ไขคะแนน 5,925 คน (คะแนนน้อยแต่แก้ไขคะแนนเพื่อให้ได้รับการบรรจุ) จากการตรวจสอบคะแนนมีตรวจสอบแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 5,129 คน ถือว่าไม่มีสิทธิ์ได้บรรจุตั้งแต่ต้นตามกฎหมาย มีแนวทางนำเสนอว่ากลุ่มนี้ต้องถูกให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะไม่ผ่านเกณฑ์ตามข้อ 18 กลุ่ม 2 คะแนนผ่านแต่ปรับคะแนน 790 คนจะมีโทษ ซึ่งจะพิจารณาในวันที่ 5 ส.ค. นี้
“แนวทางที่จะเสนอ กสถ. พิจารณานำเรียนว่า กลุ่มผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์อยู่แล้วจะมีการแก้ไขคะแนนเพิ่มขึ้น 790 คนมีการบรรจุไปแล้ว 565 คน ยังเหลือที่ไม่ได้บรรจุอีกจำนวนหนึ่งซึ่งกลุ่มนี้คือกลุ่มที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์ ต้องเสนอว่าให้พ้นจากตำแหน่งเพราะถือว่าไม่มีสิทธิมาแต่ต้น ส่วนกลุ่มที่แก้ไขคะแนนเพิ่มขึ้นจากผ่านอยู่แล้วแต่เพิ่มขึ้นเพื่อให้ลำดับที่ดี กรมส่งเสริมจะพิจารณาเป็น 2 แนวทางในเบื้องต้นแนวทางที่ 1 คือการปรับลดลงตามคะแนนที่แท้จริง ให้นายก อปท. สอบสวนได้ข้อยุติจึงให้พ้นจากตำแหน่ง มีอีกแนวทางหนึ่งคืออาจจะต้องพิจารณาในประเด็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้ต้องเสนอพรรคการหรือให้ออกไว้ก่อนด้วยหรือไม่ จะนำพิจารณาที่ประชุม กสถ.”

จากนั้น นายอาสพลธ์ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าวช่วงหนึ่งว่า จากที่เราฟังมาการที่คะแนนรั่วไหลมาจาก 2 ช่องทางไม่ว่าผู้รับจ้าง มศว กลับแฟลชไดร์ฟใน สถ. ซึ่งทางรองอธิบดี สถ. ชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
“แล้ววันนี้เห็นแล้วว่ามีการแก้ไขคะแนน ทำให้หลายคนไม่ได้รับการบรรจุ คนที่เสียโอกาส 5,900 กว่าคน พอประกาศใหม่สัปดาห์หน้าอาจจะได้สิทธินั้น นอกจากเรื่องการการดำเนินคดีมีแนวทางอย่างไร หรือเป็นช่องว่างของกฎหมายอย่างไร ไม่เช่นนั้นหากอีกสองปีจะสอบใหม่ก็จะเป็นแบบนี้อีก เพราะคนที่ทำผิดแบบนี้หากไม่ได้รับผลกระทบคนอื่นทำได้เขาก็ทำได้เช่นกันในอนาคต” นายอาสพลธ์ กล่าว

ด้านนายบุญประสงค์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ. ชี้แจงว่าจะต้องมีการส่งรายชื่อของผู้ที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์ พร้อมสำเนากระดาษคำตอบไปให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกฎหมาย ในภาคีเครือข่ายที่ทำ MOU พิจารณาตามหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน มี ป.ป.ช.-ปปท-ดีเอสไอ-ปปง. ส่วนคนที่สอบไม่ผ่าน สถ. จะต้องดำเนินการควบคู่กันไปกับการประกาศรายชื่อใหม่
“จะต้องดำเนินการผ่าน กสถ.- ก.กลาง-ก.จังหวัด โดยจะส่งข้อมูลหลักฐานไปยังหน่วยงานที่ MOU เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง หลังประชุมวันที่ 6 ส.ค.นี้” นายบุญประสงค์ กล่าว

ช่วงหนึ่งตัวแทนกรรมาธิการฯ ได้สอบถามว่า เคยสอบถามกันเอง และหาสาเหตุหรือไม่ ว่าเพราะอะไรทำให้เดินมาถึงจุดนี้ เช่น ความบกพร่องนั้นเกิดขึ้นที่ใคร โดยเจ้าหน้าที่ สถ. ตอบว่า อนุมานได้ว่าช่องโหว่คือผู้รับจ้างที่ทำ ให้ปัญหาเดินมาถึงจุดนี้
ด้าน นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษา กมธ.ป.ป.ช. กล่าวว่า เรื่องนี้ กสถ. ก็ตกเป็นจำเลยสังคม และต้องเร่งคำตอบมาอธิบายกับประชาชนได้ ต้องกล้าพูด วันนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ ประชาชนยินดีรับข้อมูล ถ้าเป็นข้อเท็จจริง ซึ่ง มศว ยืนยันว่าข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจาก มศว แต่หลังจากที่มศวแถลง สถ. ก็ไม่ได้ออกมาบอกว่า ความผิดทั้งหมดเป็นของ มศว มีเพียงวันนี้ที่เพิ่งได้ยิน แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่ายหรือไม่ คนจำนวนเยอะขนาดนี้ถ้าทำแค่ฝ่ายเดียวคงทำไม่ได้

นายสรอรรถ กล่าวว่า วันนี้ระบบเรากำลังเสื่อมศรัทธา มีการบอกว่าถ้าสอบก็ไม่ต้องดูหนังสือ เพียงแค่แก้คำตอบเป็นหนทางที่เร็วที่สุด ไม่ได้ไม่รู้ว่ามีมานานหรือยัง แต่เพิ่งมาแดงขึ้น พบข้อบกพร่องใน TOR เต็มไปหมด แค่เรื่องแฟลชไดร์ฟที่มีการระบุใน TOR ว่าลับสุดยอดแต่กลับไม่มีการเข้ารหัส นี่อาจจะเป็นจุดบกพร่องที่เราอาจจะมองข้ามไปและไม่ควรจะเกิดขึ้นในระบบราชการที่มีความรับผิดชอบมากขนาดนี้ เหตุการณ์มันเกิดขึ้นมานานแล้วแต่ไม่สามารถบอกกับประชาชนได้ว่า ในอนาคตจะมีแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดแบบนี้ซ้ำได้อย่างไร อะไรที่ไม่ดีรีบตัด อย่าไปเกรงใจใคร
เมื่อถามถึง การตั้งข้อสังเกตของกรณีที่ไม่ใช้ ม.บูรพา เป็นผู้รับจ้างจัดสอบนั้น เจ้าหน้าที่ สถ. ระบุว่า เพราะการประชุมร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นตรงกันว่าให้ยกเลิกคู่สัญญากับ ม.บูรพา ไปก่อน เพราะที่ประชุมมองว่ามาตรการป้องกันการทุจริตของ ม.บูรพา ยังมีไม่เพียงพอ จึงมีการเลือกใหม่และได้ มศว มารับผิดชอบ

จากนั้น รองอธิบดี สถ. ได้นำ กมธ.ป.ป.ช. เข้าดูตู้จัดเก็บไดร์ฟในห้องของอธิบดี สถ. โดยได้อธิบายว่า ผู้ที่ถือกุญแจตู้เซฟ ที่จะสามารถเปิดได้นั้น จะมี 4 บุคคล และเวลาเปิดตู้นั้นจะมีคณะกรรมการที่รับผิดชอบดำเนินการ ซึ่งปัจจุบันนั้น ในตู้เซฟไม่มีแฟลชไดร์ฟ เพราะส่งไปให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ และยอมรับว่าหลังจากนี้จะต้องสร้างมาตรฐานเรื่องความปลอดภัยในการจัดเก็บแฟลชไดร์ฟใหม่ ก่อนคณะจะพาไปดูคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานของผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น ที่ใช้ติดต่อ มศว ก่อนประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน.


