เมื่อวันที่ 31 ก.ค.69 คณะกรรมาธิการ (กมธ.)การท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร นำโดย พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร สส.นครปฐม พรรคกล้าธรรม ในฐานะประธาน กมธ. และน.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ สส.ภูเก็ต พรรคกล้าธรรม ในฐานะรองประธานกมธ. ลงพื้นที่จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยว รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน พร้อมผลักดันแนวทางแก้ไขผ่านกลไกของคณะกรรมาธิการ เพื่อยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวไทยรองรับฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ที่กำลังจะมาถึง
ทั้งนี้ กมธ.เริ่มลงพื้นที่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต โดยมีผู้แทนจากท่าอากาศยานภูเก็ต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สถานีตำรวจภูธรสาคู กำนันตำบลไม้ขาว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการสนามบินและการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

สำหรับประเด็นสำคัญที่มีการหารือ ประกอบด้วย การพัฒนาระบบตรวจคนเข้าเมืองด้วยเทคโนโลยี E-Passport และระบบตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (ABC) เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง การบริหารจัดการระบบสายพานรับสัมภาระผู้โดยสารระหว่างประเทศ การปรับปรุงห้องน้ำภายในอาคารผู้โดยสารทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ โครงการปรับปรุงและขยายอาคารผู้โดยสารเพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการจัดระเบียบการจราจรบริเวณด้านหน้าท่าอากาศยาน เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการ
จากการรับฟังข้อมูลพบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบอำนวยความสะดวกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการรอคอยของผู้โดยสาร และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ รองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี

จากนั้น กมธ.การท่องเที่ยวได้เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อประชุมร่วมกับผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชน รับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัด พร้อมหารือแนวทางผลักดันนโยบาย Green Tourism เพื่อยกระดับภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวยั่งยืน โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยกมธ.การท่องเที่ยว จะรวบรวมข้อเสนอและปัญหาที่ได้รับจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของ กมธ. และผลักดันไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและยกระดับขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะยาว.



