ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากปัญหางบประมาณที่กลายเป็นงบเงินเดือนเสียเยอะ องค์กรราชการมีขนาดใหญ่ ทำให้รัฐบาลวางแผนปฏิรูปลดอัตรากำลังพล และปรับยุบองค์กรที่ไม่จำเป็น โดยเริ่มจากการใช้เออร์ลี่รีไทร์ และเลือกยุบตำแหน่งบางตำแหน่งหลังมีผู้เกษียณ
เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอแนวทางการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ และอาจจะยุบบางหน่วยงานที่มีความซ้ำซ้อน ว่า เรื่องนี้ไม่ควรออกมาพูดทีละหน่วยงาน แต่ต้องการเห็นรองนายกรัฐมนตรีกางวิธีคิดทั้งหมดเกี่ยวกับการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งจะต้องมีการทบทวนภารกิจหน่วยงานก่อนที่จะทำเออร์ลี่รีไทร์ ดูว่ารูปแบบของกระทรวง กรมต่างๆ อยู่ใต้สังกัด มีภารกิจจำเป็นแบบเดิมหรือไม่ มีการทำงานซ้ำซ้อนหรือไม่ จำเป็นต้องยุบอะไรบ้าง เป็นต้น จากนั้นค่อยทำการคัดเลือกบุคคลที่ได้ไปต่อ ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นว่าคนมีความสามารถเออร์ลี่เป็นลำดับแรก
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเงินชดเชยเพียง 12 เดือน ซึ่งคนที่อายุเกิน 50 ปี อาจจะดึงดูดได้บ้าง แต่เมื่อกำหนดช่วงอายุสำหรับเออร์ลี่ 40-49 ปี ที่เข้าโครงการได้ให้ชดเชยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน คงไม่มีใครอยากเข้าโครงการ เพราะข้าราชการที่อายุต่ำกว่า 50 ปี ออกตอนนี้จะยังไม่ได้รับบำนาญ คิดว่าสุดท้ายไม่น่าจะมีข้าราชการสนใจ
ส่วนที่ว่า หากหน่วยงานใดมีคนออก 5 คน ก็จะจ้างคนนอกมาปรับปรุงด้านเทคโนโลยีแทนนั้น มองว่าไม่น่าทำให้หัวหน้าหน่วยงานใดสนใจ สร้างแรงกดดันหรือเชิญชวนให้ข้าราชการภายใต้กำกับดูแลของตัวเองต้องเข้าโครงการนี้ ดังนั้น คิดว่าเป็นโครงการที่ล้มเหลว ทำไม่ถูกลำดับขั้นตอน คนเออร์ลี่ไม่ได้ตามเป้าหมายเพราะการชดเชยไม่ดึงดูด
เมื่อถามว่าการเออร์ลี่รีไทร์อาจไม่ได้ดึงดูด จึงมีการมองถึงการยุบหน่วยงาน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เป็นลำดับขั้นตอนที่ผิด ควรคิดเรื่องยุบหรือรวมหน่วยงานก่อน แล้วสุดท้ายเมื่อเหลือแค่ไหนค่อยไปทำเออร์ลี่รีไทร์ แต่กลายเป็นว่าเมื่อโครงการไม่ได้ผล ไปเอาอันนั้นออก หรือมีแรงกดดันจากห้องกรรมาธิการ กระแสสังคม แล้วก็จับหน่วยงานมายุบรวม มองว่าเป็นการลูบหน้าปะจมูก
“เสนอให้ทบทวนอย่างจริงจังหรือศึกษาก่อนเป็นระยะเวลา 6-12 เดือน เพราะยังไม่ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับงบประมาณทันที และมาตรการที่มีอยู่ยังไม่ได้ช่วยทำให้งบประมาณปี 2571 กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ไม่ต้องรีบร้อนรีบออกมามาตรการเช้าอัน เย็นอันแบบนี้”
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีการยุบหน่วยงานซ้ำซ้อน ที่จะเริ่มต้นในเดือน ก.ย. นี้ โดยจะประเดิมหน่วยงานธนาคารที่ดินเป็นหน่วยงานแรก รวมไปถึง สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ว่า ยังไม่ได้ยุบ กำลังศึกษาอยู่ ซึ่งนอกจาก ป.ย.ป. และธนาคารที่ดินยังมีองค์การมหาชนอีก 3-4 แห่ง ที่ไม่ผ่านการประเมินมาหลายปี และยังไม่มีการยุบหน่วยงานสักที ส่วนรายชื่อขององค์การมหาชนนั้นขอให้ไปสอบถามกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จะทำให้ดีที่สุด ไม่ให้กระทบกับข้าราชการ และต้องดูแลข้าราชการที่ทำงานในองค์การมหาชน ซึ่งมี 2-3 ทางเลือก เช่น การย้ายไปอยู่หน่วยงานอื่น กระบวนการทั้งหมดคาดว่าจะใช้เวลานานอยู่



