เมื่อวันที่ 21 ก.ค.69 ส.อ.อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง พร้อมคณะ เข้ายื่นหนังสือให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้าน เรื่องขอให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณค่าจ้าง เงินประจำตำแหน่ง และผลประโยชน์ค่าตอบแทนอื่นใด กรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคยมีมติเสียงข้างมาก ไม่ผ่านการประเมินการทำงานของเลขาธิการ กกต (นายแสวง บุญมี) ในปี 68 รวมทั้งตรวจสอบอำนาจการประเมินของกกต.ชุดปัจจุบัน และตรวจสอบสัญญาจ้าง
ส.อ.อัครวัฒน์กล่าวว่าเนื่องด้วยกกต. มีมติจ้างนายแสวงปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการ กกต. ตามสัญญาจ้างเลขที่ 3/2565 ลงวันที่ 31 มี.ค.65 กำหนดสัญญาจ้างวาระ 5 ปี (1 เม.ย.65-31 มี.ค.70) กำหนดค่าตอบแทน 97,900 บาท และได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น เงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มพิเศษสำหรับตำแหน่ง ตามระเบียบ กกต. สิทธิรับเงินบำเหน็จตามที่กำหนดไว้ในระเบียบเมื่อพ้นจากตำแหน่ง

โดยผู้รับจ้างต้องผ่านการประเมินผลงาน 4 ด้านหลัก คือ ผลงานตามแผน ผลงานตามมติ กกต. การบริหารตามหลักธรรมาภิบาล และงานเชิงสร้างสรรค์ จากกกต.ทั้ง 7 คน หากผลการประเมินต่ำกว่า 60% จะถือว่า “ไม่บรรลุเป้าหมาย” เป็นเหตุให้ไม่ได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งต่อไป ซึ่งผลการประเมินในปี 68 ปรากฏว่าเสียงข้างมากของกกต. 4 ใน 7 คน ประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ 60 % เป็นผลให้เลขาธิการกกต. ต้องพ้นจากตำแหน่งทันที ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 56 (6) เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง และไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนหรือค่าตอบแทนอื่นใด (ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 1.)
ต่อมาตนได้ยื่นหนังสือ ขอให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน (งบบุคคล) ของสำนักงานกกต.ตามกรณีดังกล่าว (ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 2.) เมื่อความปรากฏว่ากกต.ชุดเก่า มีมติเสียงข้างมาก 4 ใน 7 เสียงประเมินเลขาธิการ กกต. ไม่ผ่านเกณฑ์ 60% เป็นผลให้นายแสวงต้องพ้นจากตำแหน่ง โดยผลของกฎหมายในวันนั้นทันที และถือว่าผลการประเมินชอบด้วยกฎหมายแล้ว ทั้งนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 56 (6) “เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง” โดยมิพักต้องพิจารณาอีกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใดเป็นผู้ประเมิน
แต่ต่อมาปรากฏตามข่าวในสื่อสารมวลชนว่า “กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ตีตกคะแนนประเมิน “แสวง” ต่ำกว่าเกณฑ์ ชี้กกต.ชุดใหม่มีอำนาจประเมินส่งผลอยู่ยาวจนครบวาระ ปี 70”
ดังนั้นจึงขอให้ประธานวิปฝ่ายค้าน ตรวจสอบตรวจสอบการใช้งบประมาณค่าจ้าง เงินประจำตำแหน่ง และผลประโยชน์ค่าตอบแทนอื่นใด กรณีกกต.เคยมีมติเสียงข้างมากไม่ผ่านการประเมินนายแสวง ในช่วงเวลาครั้งที่ กกต.ชุดก่อน เคยประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ 60% จนถึงช่วงเวลาที่กกต.ชุดปัจจุบัน มีมติ 5 ต่อ 2 ล้มมติการประเมินของกกต.ชุดก่อน ว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และตรวจสอบสัญญาจ้าง ต้องทำสัญญาจ้างนายแสวงใหม่หรือไม่



