เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภา คนที่หนี่ง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม เพื่อพิจารณารับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
โดยนายชยพล สะท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายว่าถึงคดีฮั้ว สว. ที่ กกต. วินิจฉัยสั่งฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 77 คน ตอนหนึ่งว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตต่อการตัดตอนบุคคลที่เชื่อมโยงใกล้ชิดกับกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย เช่น นางรัตนา บ่อถ้ำ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส.พรรคภูมิใจไทย ที่มีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ที่พบว่าได้โทรศัพท์ไปยัง สว. จำนวน 19 คน รวม 62 ครั้ง ในช่วงที่มีการเลือก สว. ทั้งนี้ นางรัตนาไม่เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. เท่านั้น แต่ยังเป็นเจ้าหน้าที่พรรคภูมิใจไทย ที่ทำหน้าที่ในส่วนกลาง โดยมีภาพถ่ายและการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กยืนยันว่าอยู่ในพรรคการเมืองมาตั้งแต่ต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปรายของนายชยพล ที่ระบุถึงนางรัตนานั้น ปรากฏว่ามี สส.พรรคภูมิใจไทยหลายคนได้ลุกประท้วง เพราะมองว่าพาดพิงถึงบุคคลที่ 3 และพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับรายงานของ กกต. ที่สภาต้องพิจารณา จนกินเวลาอภิปรายนานนับชั่วโมง ทำให้นายชยพลบ่นตอนหนึ่งว่า “กรณีคนนี้ต้องมีความสำคัญมากถึงต้องลุกประท้วงมากขนาดนี้”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย และ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ที่มาเข้าร่วมประชุม ได้ลุกขึ้นประท้วง ตอนหนึ่งว่า การตัดสิน สว. จะดำเนินคดีใคร หรือไม่ดำเนินคดีใคร กระบวนการจบแล้ว ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ที่เดินประท้วงยังไม่พออีกหรือ เพราะข้อมูลเดียวกัน กรณีที่นำรูปถ่ายเจ้าหน้าที่ในพรรคตน มาจงใจผลักความไม่ดี ความผิดปกติมาที่พรรคของตน ทั้งนี้ตนไม่ว่า ที่เรียกว่าพวกตนเป็น “ลูกเทพ” ทำอะไรผิดหมด เข้ารับตำแหน่งยังบอกผิด ท่านเป็น “ลูกเทวดา” พูดอะไรไม่ผิดสักอย่าง

“อะไรที่ทำให้ท่านพูดแล้วถูกทุกเรื่อง ความรู้ความสามารถหากมีเยอะ หากเป็นบัญชีรายชื่อ ออกไปเป็น กกต. ไปตัดสิน ผมถามจริงวันนี้ที่พูด ควรถาม กกต. ว่าพรรคไหนได้เงินบริจาคเยอะสุด ใช้เงินทำอะไร รายงานเป็นอย่างไร แต่ท่านพูดเรื่องอื่นมีประโยชน์อะไร พวกผมไม่อยากขึ้นประท้วง เพื่อนสมาชิกคนไหนผิด กกต. มีเวลาส่งศาล ก็ไปศาลกัน เหมือนพวกท่าน ที่รอขึ้นศาลเหมือนพวกผม ถ้าผิดกันหมดไม่มีใครเหงา ผมก็ไปนั่งเป็นเพื่อนท่านในคุก แต่วันนี้พูดพวกนี้เพื่ออะไร ไม่มีประโยชน์ ขอพยานหลักฐานเพิ่ม กกต. ก็ตอบไม่ได้ แล้วจะดันไปตรงไหน ท่านเอาภาพพรรคผมขึ้น ผมต้องรักษาบ้านของผม สิ่งที่ท่านทำ หลักฐานที่มี หรือใครสอดให้หน้าประตู ไม่ได้ทำให้พวกท่านชนะเลือกตั้ง พวกผมชนะ ต้องจำไว้ เพราะเรื่องนี้ทำมากี่ปีแล้ว” นายพลพีร์ กล่าว
ทำให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวตอบโต้ว่า ที่บอกไม่อยากประท้วง แต่ขึ้นมาเป็นสิบคน ตนอยากรู้หากอยากประท้วง หน้าตาจะเป็นอย่างไร ส่วนที่บอกว่าหากพวกตนขึ้นศาล พวกท่านจะขึ้นศาลด้วย ต้องบอกว่าเป็นปัญหา และมีสิ่งที่กังวลใจคือ เรื่องของพวกท่านไปไม่ถึงศาล และเกิดขึ้นแล้วตามมติ กกต. เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ การเลือก สว. เกิดขึ้นมา 2 ปี แต่พลิกเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 69 ที่แกนนำพรรคภูมิใจไทยไม่ถูกสั่งฟ้องแม้แต่คนเดียว
จากนั้นนายชยพล อภิปรายเปิดประเด็น สว.เลย 5 คน ที่มีความเชื่อมโยงกับ นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ก็ยิ่งทำให้ถูกประท้วงอย่างหนัก จนการประชุมไม่สามารถดำเนินได้อย่างราบรื่น ต้องถูลู่ถูกัง เสียเวลาไปร่วม 1 ชั่วโมง กว่านายชยพลจะอภิปรายเสร็จ

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายว่า วันนี้ประชาชนต่างยกนิ้วให้ กกต. แต่เป็นนิ้วไหนไปคิดกันเอง มติของ กกต. มีคำถามคือ เหตุใด กกต. เลือกส่งแค่ 77 ราย ให้ศาลฎีกาพิจารณา ทั้งที่สามารถส่งพยานหลักฐานทั้งหมดให้ศาลฎีกาตัดสิน แต่กลับเลือกท่ายาก ใช้ช่วงเวลาสุดท้ายชีวิตที่ไม่ได้ทำงานเพื่อประเทศ แต่ทำงานเพื่อตอบแทนคนที่แต่งตั้งมา เอาสิ่งที่สร้างมาทั้งชีวิตมาทิ้ง มีธงอยู่แล้วเพื่อหาทางลงให้กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยรอดพ้น ขอให้ กกต. นึกถึงอนาคตของตัวเองที่อาจถูกฟ้องผิดมาตรา 157 หากท่านเจ็บป่วยขอให้อดทน อยู่รอให้เห็นระบอบการล่มสลายที่ท่านสร้างมา.



