บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า โครงการ Bangkok E-Bus Programme ส่งมอบผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานปี 2568 จำนวน 57,327 ITMOs (Internationally Transferred Mitigation Outcomes) ให้แก่ KliK Foundation ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่งผลให้มียอดส่งมอบสะสม 108,960 ITMOs

โครงการดังกล่าวนำรถโดยสารไฟฟ้ากว่า 2,000 คันมาให้บริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อทดแทนรถโดยสารที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลและก๊าซธรรมชาติ ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล มลพิษจากท่อไอเสีย และเสียงรบกวนจากการเดินรถ
ขณะเดียวกัน ผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการเดินรถจริงสามารถนำเข้าสู่กระบวนการตรวจวัด ตรวจสอบ และรับรอง ก่อนถ่ายโอนระหว่างประเทศภายใต้ Article 6.2 แห่งความตกลงปารีส ทำให้ผลลดก๊าซเรือนกระจกจากระบบขนส่งสามารถเชื่อมต่อกับกลไกคาร์บอนระหว่างประเทศได้

สำหรับ EA โครงการนี้เชื่อมโยงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด แบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ และการบริหารจัดการคาร์บอนเข้าด้วยกัน ผลที่เกิดขึ้นจากการใช้งานจริงจึงสามารถนำไปต่อยอดภายใต้กลไกคาร์บอนระหว่างประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้
แนวทางดังกล่าวนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งในเมืองไปสู่พลังงานสะอาด โดยเมืองใหญ่อย่างลอนดอน โตเกียว และโซล ต่างเร่งปรับระบบขนส่งสาธารณะไปใช้พลังงานสะอาด ขณะที่ Bangkok E-Bus Programme เชื่อมการเปลี่ยนมาใช้รถโดยสารไฟฟ้าเข้ากับการบริหารจัดการคาร์บอน ทำให้สามารถนำผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการเดินรถมาใช้ในระดับระหว่างประเทศ
ในแง่ของ ESG (Environmental, Social and Governance) โครงการครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมจากการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและก๊าซเรือนกระจก ด้านสังคมจากการมีระบบขนส่งสาธารณะที่สะอาดขึ้น และด้านธรรมาภิบาลจากกระบวนการตรวจวัด ตรวจสอบ และรับรองผลการลดก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากล

‘ฉัตรพล ศรีประทุม’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Bangkok E-Bus Programme แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาใช้ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมนำผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการเดินรถเข้าสู่กระบวนการบริหารจัดการคาร์บอน จนสามารถนำไปสร้างมูลค่าในระดับนานาชาติได้ ซึ่งสำหรับ EA แนวทางด้าน ESG นั้นเชื่อมอยู่กับการดำเนินธุรกิจ โดยนำเทคโนโลยี สินทรัพย์ และองค์ความรู้ที่มีอยู่มาใช้ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างประโยชน์ต่อสังคม
พร้อมกล่าวเสริมว่า EA จะพัฒนาการเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจพลังงาน แบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการคาร์บอน เพื่อให้สินทรัพย์และเทคโนโลยีที่มีอยู่สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้มากขึ้น และรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระยะยาว



