การแข่งขันในปีนี้ถูกออกแบบให้ผู้สมัครตั้งต้นจาก Data Pack ซึ่งรวบรวมบริบท เสียงของชุมชน และประเด็นปัญหา มาใช้วิเคราะห์โจทย์ เพื่อต่อยอดเป็นโซลูชันผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ “ปลุกของดี” เพื่อเพิ่มมูลค่าอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น “ปกป้องชุมชน” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคง และ “ปรับตัวฝ่าวิกฤติ” เพื่อสร้างชุมชนที่พึ่งพาตนเองและรับมือการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ในงานยังมีเสวนา “Spark ไอเดียกับเจ้าบ้านของโจทย์นวัตกรรม” เจาะลึกโจทย์ความท้าทายจริงจากเจ้าของพื้นที่ใน 4 ภูมิภาค เพื่อให้ผู้สมัครเห็นมิติปัญหาเชิงลึกก่อนเลือกพื้นที่ลงแข่ง เช่น บ้านต้นผึ้ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ การเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบจากป่า การรองรับสังคมสูงวัย ปัญหาไฟป่าข้ามพื้นที่ เกาะสีชัง จ.ชลบุรี บริหารจัดการขยะบนเกาะ การลดต้นทุนน้ำจืด การฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล, ชุมชนผักไหม อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ ระบบตรวจสอบย้อนกลับของเกษตรอินทรีย์ การรวบรวมและแปรรูปผลผลิต, บ้านศาลาหุม อ.สิงหนคร จ.สงขลา แก้ปัญหาตะกอนสะสมและปริมาณออกซิเจนในน้ำต่ำ การบริหารจัดการความแปรปรวนของน้ำจืด-น้ำเค็ม ต้นทุนการเลี้ยงปลา

ทั้งนี้ให้นำโจทย์ไปสู่คนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ โครงการฯ กำหนดเดินสาย Road Show ใน 3 ภูมิภาค ได้แก่ ขอนแก่น เชียงใหม่ และ สงขลา และทีมที่โดดเด่นจำนวน 20 ทีม จะได้รับคัดเลือก เพื่อรับการบ่มเพาะไอเดียอย่างเข้มข้น ก่อนคัดเหลือ 10 ทีมสุดท้าย และก้าวเข้าสู่เวทีประชันไอเดีย ชิงเงินรางวัลรวม 380,000 บาท พร้อมต่อยอดผลงานจริงร่วมกับกลุ่ม ปตท. พันธมิตร และชุมชนในพื้นที่ เปิดรับผู้สมัครอายุ 18–35 ปี โดยรวมทีมได้ 3–5 คน.



