อาการปวดหลัง ปวดร้าวลงขา ชา หรือแขนขาอ่อนแรง เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สร้างความกังวลให้กับผู้ป่วยจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” หลายคนมักเข้าใจว่าทางออกสุดท้ายคือการผ่าตัด นพ.ฐปนัตว์ จันทราภาส แพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังข้อ ให้ข้อมูลว่า ผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดทุกราย
ในผู้ป่วยที่อาการยังไม่รุนแรง ไม่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงชัดเจน และยังไม่มีสัญญาณของความเสียหายทางระบบประสาท แพทย์อาจพิจารณาเริ่มต้นด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ก่อน ลักษณะอาการที่อาจยังรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด คือ ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง ปวดคอ หรือปวดร้าวลงแขนและขา แต่ยังสามารถเดินและใช้งานแขนขาได้ตามปกติ ไม่มีอาการอ่อนแรงชัดเจน อาจเริ่มต้นรักษาด้วยยา กายภาพบำบัด และการปรับพฤติกรรมได้
เช่นเดียวกับผู้ที่มีอาการชาเพียงเล็กน้อยหรือเป็น ๆ หาย ๆ และยังไม่ส่งผลกระทบต่อการเดิน การหยิบจับสิ่งของ หรือการใช้ชีวิตประจำวันมากนัก รวมถึงผู้ที่เพิ่งเริ่มมีอาการและยังไม่มีภาวะแทรกซ้อน
รักษาแบบไม่ผ่าตัด ก็เพื่อลดอาการปวดและการอักเสบรอบเส้นประสาท ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ แพทย์อาจให้ใช้ยาเพื่อลดอาการปวดและอักเสบ การทำกายภาพบำบัด การปรับท่าทางและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน รวมถึงการฉีดยาลดการอักเสบรอบเส้นประสาทในผู้ป่วยบางราย ขณะเดียวกัน การควบคุมน้ำหนักและการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ก็มีส่วนสำคัญในการช่วยพยุงกระดูกสันหลังและลดแรงกดที่เกิดขึ้นซ้ำ
แม้ผู้ป่วยหลายรายสามารถเริ่มต้นรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่หากพบว่าอาการปวดรุนแรงและไม่ดีขึ้น อาการชาเพิ่มขึ้น แขนหรือขาอ่อนแรง เดินลำบาก เดินสะดุด ปลายเท้าตก กล้ามเนื้อลีบ หรือแรงของมือและขาลดลง ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ โดยเฉพาะมีอาการอันตราย คือเริ่มไม่สามารถควบคุมปัสสาวะหรืออุจจาระ หรือมีอาการชาบริเวณรอบก้นและอวัยวะเพศ ถือเป็นสัญญาณที่ควรได้รับการตรวจรักษาอย่างเร่งด่วน

นพ.ฐปนัตว์ ระบุว่า การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมควรเริ่มจากการวินิจฉัยหาสาเหตุให้ชัดเจน เนื่องจากอาการปวดหลังร้าวลงขาหรือปวดคอร้าวลงแขนไม่ได้เกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเพียงสาเหตุเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะกระดูกสันหลังเสื่อม ช่องโพรงกระดูกสันหลังตีบ กระดูกงอก ข้อต่อหรือกล้ามเนื้อ รวมถึงโรคอื่น ๆ
ดังนั้น การประเมินประวัติอาการ ตรวจร่างกาย และตรวจภาพวินิจฉัย เช่น X-ray หรือ MRI ในกรณีที่แพทย์เห็นว่าจำเป็น จะช่วยให้สามารถเลือกแนวทางการรักษาได้ตรงกับสาเหตุและความรุนแรงของผู้ป่วยแต่ละราย
ผู้ที่มีอาการปวดหลังหรือปวดคอร่วมกับอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรง ไม่ควรปล่อยอาการไว้นานหรือวินิจฉัยด้วยตนเอง โดยเฉพาะเมื่ออาการมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม.
( ขอขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังข้อ )



