นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องฮั้ว สว. ว่า “มีกี่คนอาการหนักในในฝ่ายการเมือง 22 คนของคดีฮั้ว สว.” การได้อ่านรายงานการประชุมครั้งที่ 7/2569 และ 8/2569 ของ อนุฯ วินิจฉัย ชุด 36 ทำให้เห็นว่า มีหลายกรณีที่ “เป็นเหตุอันควรสงสัย” ว่า จะมีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 76 วรรคแรก ความเข้มของความผิดนั้น ขอใช้ตัวชี้วัดแบบง่าย ๆ คือ ความถี่ในการกระทำ เช่น จำนวนรายของผู้สมัคร สว. ที่โทรฯ หากัน จำนวนครั้งของการโทรศัพท์ จำนวนพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพราะในรายละเอียดว่าเนื้อหาที่โทรหนักเบาอย่างไร ในรายงานไม่มีบอก เมื่อเอาแว่นของอดีต กกต. ไปมอง แบบปล่อย ๆ จาก 22 ราย ผมว่า ต้องมีเหตุควรสงสัยอย่างน้อย 6 ใน 22 ราย
คนที่ 1 นาย จ. กรรมการบริหารพรรค มีหลักฐานการโทรติดต่อ ผู้สมัคร สว. ที่ได้เป็น สว. ของ จ. ต่าง ๆ ในภาคกลาง 3 ราย จำนวนโทรรวม 14 ครั้ง
คนที่ 2 นาย ก. กรรมการบริหารพรรค มีหลักฐานการโทรติดต่อผู้สมัคร สว. ที่ได้เป็น สว. ของ จ. ต่าง ๆ ในภาคกลาง 4 ราย จำนวนโทร 58 ครั้ง
คนที่ 3 นาย ว. กรรมการบริหารพรรค มีหลักฐานโทรหาผู้สมัคร สว. ที่ได้เป็น สว. 1 ราย 2 ครั้ง และ ผู้สมัครดังกล่าว โทรต่อ 3 ราย 12 ครั้ง ผู้ที่โทรต่อ โทรหากันและต่ออีก 2 คน รวม 22 ครั้ง
คนที่ 4 นาย ช. กรรมการบริหารพรรค มีหลักฐานแค่ โทรติดต่อผู้สมัคร สว. 1 ราย 2 ครั้ง แต่พบหลักฐานว่า มีผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ชื่อ นาง ร. มีบทบาทในการโทรติดต่อ ผู้สมัคร สว. ที่ได้เป็น สว. อย่างน้อย 19 คน รวม 62 ครั้ง
คนที่ 5 นาง ส. สส.พรรค มีหลักฐานโทรติดต่อ พยานรหัส 16 จำนวน 101 ครั้ง โทรติดต่อผู้สมัคร สว. ที่ได้เป็น สว. ในจังหวัดของตน 2 ราย จำนวนรวม 50 ครั้ง
คนที่ 6 นาย ภ. สส.พรรค มีหลักฐานติดต่อผู้สมัคร สว. ที่ได้เป็น สว. จากภาคเหนือ 1 คน 2 ครั้ง จากภาคกลางในจังหวัดของตน 5 คน รวม 85 ครั้ง
คุยเรื่องอะไรกันไม่รู้ แต่โทรถี่ ๆ บ่อย ๆ ในช่วงเลือก สว. เป็นเหตุอันควรสงสัย ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 เขาสงสัย แต่ เลขาฯ กกต. ไม่สงสัย อนุฯ วินิจฉัยชุด 36 ไม่สงสัย ถามว่า กกต. จะสงสัยไหม ส่วนประชาชนเขาสงสัย และคงจับตาดูว่า 6 รายนี้ กกต. 7 คน จะสงสัยแล้วส่งไปให้ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อหรือไม่



