สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันมีมาตรการและ “เกราะป้องกัน” สำหรับกำกับดูแลและดำเนินคดีกับบริษัทปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) อยู่แล้ว พร้อมลดทอนความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการพัฒนาเอไอ
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังผู้บริหารบริษัทเอไอรายใหญ่หลายแห่งเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนาเทคโนโลยี เนื่องจากเกรงว่า เอไอที่มีความก้าวหน้ามากขึ้นอาจถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตราย
ทรัมป์โพสต์ผ่านทรูธ โซเชียลว่า สิ่งเดียวที่เอไอต้องการ คือประธานาธิบดีที่ “เข้มแข็งและฉลาด” หรือ “มีไอคิวสูง” พร้อมเตือนว่า การตั้งข้อสงสัยต่อการพัฒนาเอไอ อาจเปิดโอกาสให้จีนได้เปรียบสหรัฐ
JUST IN: Trump declares the only guardrails AI needs is a “high IQ president,” accusing AI critics of trying to slow America’s lead over China. pic.twitter.com/6nFGRRPswN
— Polymarket (@Polymarket) September 14, 2026
ด้านนายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวว่า ทรัมป์คาดว่าจะพบหารือกับผู้บริหารบริษัทเอไอรายใหญ่ภายในสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้า เพื่อหารือเรื่องความปลอดภัยและบทบาทของรัฐบาลในการกำกับดูแล
ขณะที่นายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่บริษัทเอไอหลายแห่งเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาควบคุมอุตสาหกรรม ซึ่งทรัมป์ระบุว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็น “เรื่องหลอกลวง”
ทั้งนี้ นี้ นายดาริโอ อโมเดอี ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของแอนโทรปิก เสนอให้รัฐบาลสหรัฐออกกฎกำหนดให้มีการตรวจสอบโมเดลเอไอขั้นสูงโดยหน่วยงานอิสระ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารบริษัทเอไอรายใหญ่ รวมถึงนายอีลอน มัสก์ แห่งเอ็กซ์เอไอ และนายแซม อัลต์แมน แห่งโอเพนเอไอ
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลมีข้อพิพาทกับแอนโทรปิกเกี่ยวกับการใช้เอไอในภารกิจทางทหาร หลังบริษัทปฏิเสธที่จะอนุญาตให้กองทัพสหรัฐใช้โมเดล “คล็อด” เพื่อการสอดส่องภายในประเทศหรือการใช้อาวุธอัตโนมัติ
กระทรวงกลาโหมสหรัฐจึงระงับการทำสัญญาบางส่วนกับแอนโทรปิก ขณะที่บริษัทฟ้องรัฐบาลต่อศาลในรัฐแคลิฟอร์เนีย และผู้พิพากษาสหรัฐมีคำตัดสินเข้าข้างแอนโทรปิกในคดีหนึ่ง เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



