สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ว่า ผลสำรวจที่จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 ก.ค. แสดงให้เห็นถึงคะแนนความนิยมของรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่ลดลงเหลือ 57% จาก 69% ในเดือน มิ.ย. และเป็นครั้งแรกที่ลดลงต่ำกว่า 60% นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง
หนังสือพิมพ์รายงานว่า เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของเธอ เพิ่มขึ้นจาก 21% ในเดือน มิ.ย. เป็น 34% ขณะที่ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความพยายามของรัฐบาล ในการต่อสู้กับค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพิ่มขึ้นจาก 56% เป็น 71%
The approval rating of Japanese Prime Minister Sanae Takaichi's administration slumped in July to the lowest level since she took office last year, the Yomiuri newspaper reported, a sign that rising living costs were hitting her popularity https://t.co/jlx1FEbBIp
— Reuters (@Reuters) July 27, 2026
ผลสำรวจความคิดเห็นจากสื่ออื่น ๆ ในช่วงไม่นานมานี้ก็แสดงให้เห็นว่า คะแนนนิยมของทาคาอิจิลดลงเช่นกัน ขณะที่สำนักข่าวเคียวโดรายงานในวันศุกร์ (24 ก.ค.) ว่า ทาคาอิจิอาจปรับคณะรัฐมนตรีในเดือน ส.ค. หรือ ก.ย. นี้
นายเคนจิ ยามาโมโตะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทหลักทรัพย์ไดวะ กล่าวว่า คะแนนนิยมของเธอยังคงสูงเมื่อเทียบกับรัฐบาลก่อน ๆ ดังนั้น ฐานอำนาจทางการเมืองของทาคาอิจิไม่ได้กำลังสั่นคลอน แต่ก็เป็นความจริงเช่นกันว่า ทุนทางการเมืองมหาศาลที่เธอได้รับจากชัยชนะในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร กำลังค่อย ๆ ลดลง
เขาเสริมว่า ตอนนี้สิ่งที่ต้องจับตามอง คือ ข้อความที่ทาคาอิจิจะส่งผ่านการปรับคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับทิศทางของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของเธอ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



