เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 ส.ค. ที่สำนักงานทนายคลายทุกข์ ย่านรามอินทรา “ลูกหมี” รัศมี ทองสิริไพรศรี นางแบบชื่อดัง พร้อมด้วย “ทนายกุ้ง” และ “ทนายเดชา” ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดี กรณียื่นฟ้องล้มละลาย นางสาวมัณฑนา เดชบริวัฒน์ หรือ นางมัณฑนา หิมะทองคำ หรือ “ปู มัณฑนา” อดีตนางเอกชื่อดังยุค 90
ลูกหมี เปิดเผยว่า วันนี้ตนเป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลาง เนื่องจากมีข้อพิพาทกับปู มัณฑนา มานานเกือบ 3 ปี โดยที่ผ่านมาในหลายคดี ศาลมีคำพิพากษาให้ชำระเงิน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินคืน ทำให้ได้รับความเดือดร้อน จึงตัดสินใจดำเนินการในขั้นตอนสุดท้ายด้วยการยื่นฟ้องล้มละลาย เพื่อหวังให้กระบวนการของศาลล้มละลายเข้ามาช่วยติดตามและจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้
ลูกหมี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ให้โอกาสอีกฝ่ายมาโดยตลอด ตั้งแต่การไกล่เกลี่ยในปี 2567 รวมถึงในกระบวนการของทั้งศาลแพ่งและศาลอาญา แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงมองว่าไม่สามารถให้โอกาสได้อีกแล้ว
สำหรับกรณีที่ปู มัณฑนา ระบุว่าจะนำเงิน 1.7 ล้านบาท มาวางเพื่อชำระหนี้นั้น ลูกหมี กล่าวว่า หากสามารถนำเงินมาวางได้ก็ยินดีและพร้อมถอนฟ้อง แต่ยอดหนี้ในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ 1.7 ล้านบาทแล้ว เนื่องจากมีดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมเป็นประมาณ 2.4 ล้านบาท
“ถ้าคุณปูเอาเงินมาวาง 2.4 ล้านบาทได้ ลูกหมีมีสัจจะเพียงพอที่จะถอนฟ้องทุกคดี เพราะตอนนี้เรามีกันทั้งหมด 8 คดี แบ่งเป็นคดีในชั้นศาล 5 คดี และชั้นตำรวจอีก 3 คดี หากอยากไกล่เกลี่ยก็สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ตลอดเวลา” ลูกหมี กล่าว
ลั่นไม่ได้กลั่นแกล้ง ชี้ทำตามสิทธิของเจ้าหนี้
ลูกหมี กล่าวถึงกระแสที่อาจถูกมองว่าการฟ้องล้มละลายเป็นการกลั่นแกล้งว่า ตนทำในส่วนของเจ้าหนี้และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย หลังจากรอมานานถึง 3 ปี พร้อมยืนยันว่าไม่เคยคิดกลั่นแกล้งอีกฝ่าย
“ลูกหมีเสียเงิน 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่เก็บปีละ 1 แสนบาท เป็นเวลา 20 ปี ความเจ็บปวดตรงนี้มันมากมาย แต่ที่ผ่านมาเราก็ให้โอกาสมาตลอด จนวันนี้คิดว่าต้องเดินตามกระบวนการกฎหมาย”
ส่วนที่อีกฝ่ายระบุว่าถูกกลั่นแกล้งนั้น ลูกหมี กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะเป็นเพียงคำพูด และมองว่าทุกคนต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง พร้อมแนะนำให้นำเวลาไปทำมาหากินและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
ขณะที่กรณีอีกฝ่ายระบุว่าใช้ธรรมะเยียวยาจิตใจ ลูกหมี กล่าวว่า ขออนุโมทนาด้วย แต่สิ่งสำคัญคือการนำเงินที่มีไปชำระหนี้ พร้อมระบุว่า หากมีเงินเหลือเพียง 500-700 บาท ก็ควรเก็บไว้ใช้หนี้หรือดูแลครอบครัว มากกว่านำไปใช้จ่ายในเรื่องอื่น
เชื่อยังมีโอกาสหาเงินใช้หนี้ ชี้เคยพูดถึงที่ดิน 100 ล้าน
ลูกหมี กล่าวว่า ยังเชื่อว่าปู มัณฑนา มีศักยภาพที่จะหาเงินมาชำระหนี้ได้ จากประสบการณ์การทำงาน ครอบครัว และคนรอบข้าง โดยเฉพาะกรณีที่อีกฝ่ายเคยพูดถึงที่ดินมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท อย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อว่าน่าจะมีทรัพย์สินหรือช่องทางในการหาเงินมาแก้ไขปัญหา
“ถ้ามีจริงและขายสัก 80 ล้านบาท ก็ยังเหลือ เชื่อว่าคุณปูน่าจะมีสัจจะเพียงพอ ถ้าเคลียร์ตรงนี้ได้ ทุกอย่างก็จบ”
ลูกหมี ยังกล่าวด้วยว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ในการขึ้นศาลแต่ละครั้ง ศาลเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ทุกครั้งอีกฝ่ายปฏิเสธ จึงไม่ทราบว่าเหตุใดจึงไม่เลือกไกล่เกลี่ยตั้งแต่แรก
ส่วนกรณีที่อีกฝ่ายเคยระบุว่ามีเงินจากสปอนเซอร์และผู้ใหญ่ใจดีเตรียมไว้ ลูกหมี กล่าวว่า ยังรอดูว่าจะสามารถนำเงินมาวางได้จริงหรือไม่ พร้อมเปรียบเปรยว่า “รอเหมือนแม่สายบัวรอเก้อ” เพราะที่ผ่านมาอีกฝ่ายพูดหลายอย่างแต่ไม่สามารถทำได้ตามที่พูด
ไม่หวั่นแพ้คดี เตรียมพร้อมสู้เต็มที่
ลูกหมี กล่าวถึงคดีหมิ่นประมาทที่กำลังจะขึ้นศาลที่ จ.นนทบุรี ว่า ตนต้องเตรียมตัวและซ้อมสำนวนอย่างหนัก เนื่องจากมีข้อความที่ถูกกล่าวหาในลักษณะหมิ่นประมาทจำนวน 14 ข้อความ และคาดว่าคดีจะมีคำพิพากษาในช่วงเดือน ต.ค.
พร้อมระบุว่า ไม่กังวลว่าจะชนะหรือแพ้ เพราะทุกคดีพร้อมยอมรับผลคำพิพากษา และหากมีใครฟ้องร้องก็พร้อมต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมาย โดยยืนยันว่าตนยังมีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี
ทั้งนี้ ลูกหมี กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีคดีระหว่างตนกับปู มัณฑนา ในชั้นตำรวจอีก 3 คดี พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นการปกป้องสิทธิของตนเอง ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง และพร้อมดำเนินคดีต่อไปแม้จะใช้เวลาหลายปีก็ตาม
“ทนายเดชา” แจง หากยักย้ายทรัพย์อาจเข้าข่ายโกงเจ้าหนี้
ด้าน ทนายเดชา กล่าวว่า การฟ้องล้มละลายไม่ได้หมายความว่าจะปิดช่องทางการทำมาหากินทั้งหมด แต่เป็นกระบวนการที่มีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามาดูแลทรัพย์สินและการชำระหนี้ตามกฎหมาย
หากลูกหนี้มีการยักย้ายหรือโอนทรัพย์สินเพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ อาจเข้าข่ายความผิดฐานโกงเจ้าหนี้และมีโทษทางอาญา ขณะที่การโอนทรัพย์สินให้บุคคลอื่นถือแทนก็สามารถติดตามตรวจสอบได้
ทนายเดชา กล่าวว่า ลูกหนี้ยังสามารถเข้าสู่กระบวนการประนอมหนี้ได้ ทั้งก่อนหรือหลังการล้มละลาย โดยหากมีเจ้าหนี้หลายรายจะต้องเข้าสู่กระบวนการประชุมเจ้าหนี้และพิจารณาตามประเภทของเจ้าหนี้ ทั้งเจ้าหนี้มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน
อย่างไรก็ตาม หากถูกพิทักษ์ทรัพย์แล้ว การจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินและการก่อหนี้จะอยู่ภายใต้การกำกับตามกฎหมาย โดยการรับรายได้จากการทำงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ต้องดำเนินการผ่านเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และการเดินทางออกนอกประเทศก็ต้องได้รับอนุญาตตามขั้นตอน
ลูกหมี กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอบคุณทุกกำลังใจตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี พร้อมยอมรับว่าประสบการณ์จากการต่อสู้คดีทำให้มีความรู้ด้านกฎหมายมากขึ้น จึงสนใจเรียนเพิ่มเติม รวมถึงได้เรียนหลักสูตรผู้ไกล่เกลี่ย และหวังว่าจะนำความรู้ไปช่วยเหลือผู้อื่นในอนาคต
“ถ้าคุณปูมีโอกาสก็เข้ามาไกล่เกลี่ยกันได้ ลูกหมียังรอวันนั้น เพราะจะได้จบเร็วขึ้น ไม่ต้องลากไปถึง 5-7 ปี แต่ถ้าไม่อยากไกล่เกลี่ยและอยากไปต่อ ก็ยินดีทุกรูปแบบค่ะ”



