บนเทือกเขาสูงของจังหวัดน่าน “อุทยานแห่งชาติดอยภูคา” ไม่ได้เป็นเพียงผืนป่าอนุรักษ์ หากยังเป็นแหล่งต้นน้ำ แหล่งอาหาร และพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้คนบนภูเขามาอย่างยาวนาน แนวคิดการอนุรักษ์จึงต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพราะการรักษาป่าอย่างยั่งยืนต้องคำนึงถึงผู้คนที่พึ่งพาทรัพยากรเหล่านั้นด้วย

หนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนแนวคิดนี้คือ บ้านกอก–บ้านจูน ตำบลภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2543 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร และมีพระราชดำริให้พัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งด้านแหล่งน้ำ ป่าไม้ อาชีพ และคุณภาพชีวิต

การพัฒนาแหล่งน้ำ การจัดการดิน การส่งเสริมการเกษตร และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการรักษาป่า มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากธรรมชาติได้โดยไม่ต้องขยายพื้นที่ทำกินเข้าไปทำลายป่า
แนวคิดนี้ยังปรากฏชัดใน “ภูพยัคฆ์” ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยภูคาและป่าผาแดง เดิมพื้นที่ประสบปัญหาป่าเสื่อมโทรมและการปลูกฝิ่นบนพื้นที่สูง ก่อนที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จะทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามแนวพระราชดำริภูพยัคฆ์ เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำควบคู่กับการพัฒนาอาชีพของประชาชน
การส่งเสริมกาแฟอาราบิก้า การทำนาขั้นบันได และอาชีพที่เหมาะสมกับพื้นที่ ช่วยสร้างรายได้ ลดแรงกดดันต่อผืนป่า และเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ
สำหรับเยาวชนในจังหวัดน่าน ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับป่าเป็นสิ่งที่สัมผัสได้จากชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมที่ผ่านมา

นางสาวอนัญญา แก้วมา ประธานที่ปรึกษาของประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดน่าน มองว่า ดอยภูคาไม่ใช่เพียงภูเขาหรือผืนป่า แต่เป็น “ต้นทุนชีวิตของคนเมืองน่าน” เพราะเกี่ยวข้องทั้งกับน้ำ อากาศ ความหลากหลายทางธรรมชาติ และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ เหตุการณ์ภัยธรรมชาติทำให้สังคมต้องมองความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ต้นน้ำ ชุมชน และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรอบด้านมากขึ้น
เธอเห็นว่า คนรุ่นใหม่ควรนำประสบการณ์ของคนในพื้นที่มาผสมกับความรู้ใหม่และข้อมูลที่มีมากขึ้น เพื่อค้นหาวิธีจัดการธรรมชาติที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับโลกปัจจุบัน โดยไม่ตัดสินการดำรงชีวิตของคนรุ่นก่อนจากบริบทในปัจจุบัน
โจทย์สำคัญอีกด้านคือเรื่องปากท้อง เพราะการอนุรักษ์จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนได้ยาก หากคนในพื้นที่ไม่มีรายได้หรือทางเลือกในการดำรงชีวิต นางสาวอนัญญาจึงมองว่าไม่ควรตั้งโจทย์ให้คนต้องเลือกระหว่าง “มีรายได้” กับ “รักษาป่า” แต่ควรพัฒนาเศรษฐกิจที่ทำให้คนมีอาชีพและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยไม่ทำลายต้นทุนธรรมชาติในระยะยาว
เมื่อมองไปข้างหน้า นางสาวอนัญญาอยากเห็นดอยภูคายังคงเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่สมบูรณ์ ขณะเดียวกันคนในพื้นที่ก็มีอาชีพ รายได้ และความมั่นคง นอกจากนี้ยังอยากเห็นจังหวัดน่านมีระบบจัดการภัยพิบัติที่ดีขึ้น เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยมากกว่าเดิม
ประสบการณ์จากการทำงานกู้ชีพกู้ภัยทำให้เธอเห็นว่า ภัยพิบัติส่งผลกระทบทั้งต่อทรัพย์สิน ความปลอดภัย และชีวิตของผู้คน ดังนั้น การดูแลสิ่งแวดล้อมจึงควรเชื่อมโยงกับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ การพัฒนาเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน
บทบาทของเยาวชนคือการใช้เสียงของคนรุ่นใหม่ในการสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และชวนคนรุ่นเดียวกันเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในเรื่องสิ่งแวดล้อม การป้องกันภัย และการพัฒนาพื้นที่ของตนเอง
อุทยานแห่งชาติดอยภูคาจึงเป็นทั้งพื้นที่อนุรักษ์และบทเรียนของการพัฒนาที่คำนึงถึงคนและธรรมชาติไปพร้อมกัน การรักษาป่าอย่างยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการกันคนออกจากป่า แต่ควรเริ่มจากการสร้างเงื่อนไขให้คนมีอาชีพและอยู่ได้อย่างมั่นคง โดยไม่ต้องทำลายป่าเพื่อความอยู่รอด
ดอยภูคาจึงไม่ใช่เพียงผืนป่าที่คนรุ่นปัจจุบันต้องรักษา แต่เป็นมรดกที่ต้องส่งต่อพร้อมแนวคิดว่า การอนุรักษ์ที่แท้จริงต้องทำให้ทั้งป่าและผู้คนมีอนาคตร่วมกัน



