สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ว่า นายอาลี มาดานิซาเดห์ รมว.การคลังอิหร่าน กล่าวถึงการที่สหรัฐเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ด้วยการขู่คว่ำบาตรประเทศที่ยังคงค้าขายกับอิหร่าน ว่าเป็นมาตรการที่อิหร่านคาดการณ์ไว้แล้ว ว่ารัฐบาลวอชิงตันน่าจะเลือกใช้ในรอบนี้
มาดานิซาเดห์ยืนยันว่า อิหร่านเตรียมการมานาน และตื่นตัวอยู่ตลอด จึงมีความพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นทุกเมื่อ พร้อมทั้งประณามการที่สหรัฐยังคง “ก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ” ต่ออิหร่าน และทิ้งท้ายว่า รัฐบาลวอชิงตันไม่ควรคาดหวังว่า อิหร่านจะเป็นฝ่ายตั้งรับและป้องกันตนเองเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต
Iran’s trade partners won’t listen to US ‘big talk’: Qalibafhttps://t.co/kIu6YFZMkD
— Press TV ???? (@PressTV) August 24, 2026
ขณะที่นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจากับสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐไม่ได้มีศักยภาพทางเศรษฐกิจมากพอ ที่จะจำกัดความสัมพันธ์กับประเทศอื่นเพิ่มเติมในเรื่องนี้
ด้านสื่ออิหร่านวิเคราะห์ว่า มาตรการใหม่ของสหรัฐมีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มแรงกดดันทางจิตวิทยา ในการชี้นำความคิดเห็นของประชาชน มากกว่าการบังคับใช้ข้อจำกัดใหม่ เพื่อให้เกิดผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



