สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่า นายไบรอัน มาสต์ ประธานคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ และนายจอห์น มูลีนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการเฉพาะกิจด้านจีน แห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ร่วมกันทำหนังสือถึงนายมาร์โก รูบิโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ และนายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.กระทรวงการคลัง เสนอให้ตรวจสอบบุคคลและองค์กร 28 รายชื่อ เพื่อให้มีการคว่ำบาตร
เนื้อหาตอนหนึ่งในหนังสือฉบับดังกล่าวระบุว่า ชาวอเมริกันตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติจากจีนเป็นหนึ่งในกลุ่มสำคัญ ที่ดำเนินการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เครือข่ายดังกล่าวจัดตั้งศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่และใช้กลวิธีซับซ้อน รวมถึงการหลอกลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล พร้อมมีรายงานผู้เสียหายจำนวนมากถูกค้ามนุษย์ กักขัง และบังคับให้ร่วมปฏิบัติการหลอกลวง ปฏิบัติการเหล่านี้เชื่อมโยงกับเมียนมา กัมพูชา และลาว และกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงในบางประเทศเพิกเฉยหรือปล่อยให้เครือข่ายดังกล่าวดำเนินต่อไป
ทั้งนี้ คณะทำงานอ้างข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่า บุคคลและองค์กรทั้ง 28 ราย อาจมีความเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์ การละเมิดสิทธิมนุษยชน อาชญากรรมทางไซเบอร์ และศูนย์หลอกลวงในภูมิภาค จึงขอให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการคลังสหรัฐดำเนินการสอบสวน และพิจารณาภายใน 180 วัน ว่าบุคคลและองค์กรเหล่านี้เข้าข่ายหลักเกณฑ์ตามกฎหมายสหรัฐสำหรับการใช้มาตรการคว่ำบาตรหรือไม่
รายชื่อดังกล่าวมีทั้งนักธุรกิจชาวกัมพูชาและบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงนายฮุน โต นายยิม เลียก และนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือเบน สมิธ
นอกจากนี้ ยังมีชื่อนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรมช.กระทรวงการคลังของไทย ซึ่งถูกระบุในหนังสือถึงความเชื่อมโยงกับบุคคลบางรายในเครือข่ายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นายวรภัคออกมาปฏิเสธแล้ว ว่าไม่ได้กระทำความผิด และได้ติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐ เพื่อขอชี้แจงแล้ว.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



