วานนี้ (15 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเทรนด์ธุรกิจใหม่ด้านบริการที่กำลังได้รับความนิยมในประเทศจีน เมื่อคนรุ่นใหม่ “รับจ้างทิ้งขยะ” แลกกับค่าบริการเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างน่าประหลาดใจ
ผู้ให้บริการแนวใหม่หลายรายออกมาโปรโมตบริการรับทิ้งขยะของตัวเองบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีน โดยคิดค่าบริการตั้งแต่ 3 – 5 หยวน (ประมาณ 15 – 25 บาท) ต่อครั้ง หรือแพ็กเกจรายเดือนในราคาประมาณ 100 หยวน (ประมาณ 500 บาท) ซึ่งบริการรายเดือนนี้จะรวมการมาเก็บขยะให้ทุกวัน โดยลูกค้าแค่นำถุงขยะมาวางไว้นอกประตูห้องพักเพื่อความสะดวกในการจัดเก็บและนำไปทิ้ง
บริการนี้ถือเป็นมุมใหม่ของ “เศรษฐกิจคนขี้เกียจ” (Lazy Economy) หรือธุรกิจหรือการบริโภคที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการความสะดวกสบายและประหยัดเวลา รวมถึงลดการใช้แรงงาน ซึ่งเดินตามรอยบริการยอดนิยมอื่นๆ ที่เคยเป็นกระแสมาก่อน เช่น บริการรับ-ส่งเด็กนักเรียน หรือบริการไปรับพัสดุแทน
แม้จะมีบางคนที่ไม่เข้าใจโมเดลธุรกิจนี้และตั้งคำถามว่า จะมีคนยอมจ่ายเงินซื้อบริการดังกล่าวจริงหรือ ในเมื่อมันเป็นเพียง “งานบ้านประจำวันเล็กๆ น้อยๆ” เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงก็คือ มีผู้ตอบรับบริการดังกล่าวเป็นจำนวนไม่น้อย
ลูกค้ารายหนึ่งที่กำลังรักษาตัวจากโรคซึมเศร้าเล่าว่า “ฉันจะเอาขยะออกไปทิ้งแค่ช่วงดึกๆ เท่านั้น เพราะกลัวการต้องเจอคนอื่น บริการนี้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับฉัน”
ยังมีลูกค้ารายอื่นจากเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นเมืองแรกของจีนที่บังคับใช้ระบบคัดแยกขยะในครัวเรือนอย่างจริงจัง ชี้ให้เห็นว่า หมู่บ้านหรือคอนโดบางแห่งอนุญาตให้ทิ้งขยะได้แค่ช่วงเวลา 2 ชั่วโมงในตอนเช้า และอีก 2 ชั่วโมงในตอนเย็นเท่านั้น ทำให้เขาซึ่งเป็นพนักงานออฟฟิศไม่สามารถกลับบ้านเพื่อไปทิ้งขยะได้ทันเวลา
ด้านกลุ่มคนติดบ้านที่ไม่ชอบออกไปไหนมาไหน ก็พบว่าบริการนี้ตอบโจทย์พวกเขาอย่างมากเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ให้บริการแซ่เฟยรายหนึ่งในเมืองเจียซิ่ง ทางตะวันออกของมณฑลเจ้อเจียง กล่าวว่า ทีมงานของเธอยังช่วยเหลือนักเรียนและผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว ซึ่งอาศัยอยู่บนชั้นบนของอาคารที่ไม่มีลิฟต์อีกด้วย
เฟยรายงานว่าเธอได้รับออเดอร์ 3 รายการในเดือนแรก แต่ยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับการเติบโต โดยวางแผนจะร่วมมือกับชุมชนต่างๆ พร้อมเน้นไปที่การตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุเป็นหลัก
ส่วนผู้ให้บริการอีกรายจากหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ซึ่งใช้ชื่อว่า “หมี่ฮาน” อ้างว่าเธอได้ออเดอร์มากกว่า 20 รายการ หลังจากเปิดธุรกิจได้เพียง 3 วันเท่านั้น บางครั้งเธอก็ช่วยรับพัสดุแทนให้ลูกค้าเป็นการบริการเสริมด้วย โดยเธอพูดถึงข้อดีของงานนี้ว่า “ฉันแทบไม่ต้องเจอหน้าลูกค้าตรงๆ เลย”
เธอย้ำว่ากุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของโมเดลธุรกิจนี้คือ “ราคาที่จับต้องได้” โดยกล่าวว่า “พนักงานออฟฟิศยุคนี้ยินดีจ่ายเงินนิดหน่อย เพื่อแลกกับการประหยัดเวลา”
ในทำนองเดียวกัน บริการรับพัสดุแทนคิดค่าบริการอยู่ที่ 3 – 5 หยวนต่อชิ้น และประมาณ 100 หยวนสำหรับการรับรายวันตลอดทั้งเดือน ส่วนบริการรับส่งเด็กจะราคาสูงกว่า อยู่ที่ประมาณ 50 หยวน (ประมาณ 250 บาท) ต่อเที่ยว
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : Pere Serrat from Pixabay



