วานนี้ (16 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองมุลุงกู รัฐปาราอีบา ทางตอนเหนือของประเทศบราซิล นำกำลังเข้าจับกุมนายฌอร์ลัง อัลเวส ดา ซิลวา วัย 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังเปิดฉากไล่ล่าตัวเป็นระยะเวลานานกว่า 48 ชั่วโมง 

รายงานข่าวระบุว่า ขณะตำรวจเข้าจับกุม ผู้ต้องหาพยายามอำพรางตัวด้วยการสวมวิกผมและชุดเดรสของผู้หญิง ทาเล็บ พร้อมกับอุ้มเด็กวัย 2 ขวบไว้ในอ้อมแขนเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถจดจำและยืนยันตัวตนของผู้ต้องหารายนี้ได้จากรอยสักขนาดใหญ่บริเวณหน้าอกที่โผล่พ้นรอยแหวกของชุดผู้หญิงออกมา ส่วนเด็กที่เขาอุ้มไว้นั้น หลังจากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเขาแต่อย่างใด และได้รับความช่วยเหลือจนปลอดภัยแล้ว แต่ตำรวจยังคงสืบสวนต่อไปว่า เด็กคนนี้มาอยู่กับผู้ต้องหาได้อย่างไร

การจับกุมในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่เชื่อมโยงพฤติกรรมของเขาเข้ากับคดีฆาตกรรม 16 ศพ ซึ่งเกิดขึ้นภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน นับตั้งแต่เขาได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือคดีสังหารเจ้าของร้านค้า 2 รายในเมืองรีโอตินโตเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา รวมถึงคดีฆาตกรรมหญิงสาวรายหนึ่งโดยที่เขาเป็นผู้ชี้จุดฝังศพด้วยตนเอง นอกจากนี้ เขายังมีหมายจับค้างเก่าติดตัวอยู่อีก 5 หมาย โดย 4 ฉบับเป็นหมายจับข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและมีเหตุฉกรรจ์

ผู้ต้องหายังสารภาพพฤติกรรมการสังหารที่น่าสะเทือนขวัฐระหว่างการสอบสวน โดย อัลเวส ดา ซิลวา กล่าวอ้างอย่างเลือดเย็นว่าจำนวนเหยื่อที่เขาลงมือสังหารจริงนั้นมีมากถึง 80 ศพ ซึ่งมากกว่าจำนวนที่ตำรวจสงสัยในตอนแรกถึง 4 เท่า 

เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า กำลังเร่งสอบสวนเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า นายอัลเวส ดา ซิลวา ได้สังหารเหยื่อตามจำนวนที่เขาอ้างไว้จริงหรือไม่ ผู้บังคับการตำรวจ ดักลาส การ์เซีย กล่าวถึงคำรับสารภาพเรื่องการสังหาร 80 ศพของเขาว่า “นับเป็นตัวเลขที่สูงมาก และเราเชื่อว่า หากไม่ใช่จำนวนนั้นจริงๆ มันก็คงเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงมาก”

นอกจากนี้ อัลเวส ดา ซิลวา ยังกล่าวอ้างว่า เขาเริ่มลงมือก่อเหตุฆาตกรรมครั้งแรกตั้งแต่อายุเพียง 13 ปีเท่านั้น รายงานข่าวท้องถิ่นระบุว่า ผู้ต้องหาอ้างเหตุผลในการสังหารว่าเป็นการ “กวาดล้าง” บุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม โดยเชื่อว่าเขาเป็นสมาชิกของแก๊งอาชญากรที่มีฐานอยู่ในนครรีโอเดจาเนโรและขยายอิทธิพลเข้ามาในรัฐปาราอีบา

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : surinenglish.com

เครดิตภาพ : Civil Police of Paraíba