สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ว่าแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตันเปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเริ่มส่งเจ้าหน้าที่กลับไปประจำการยังสถานเอกอัครราชทูต ในประเทศตะวันออกกลางบางแห่ง หลังมีการอพยพหรือลดจำนวนบุคลากรตั้งแต่ต้นปีนี้ เนื่องจากสงครามและความตึงเครียดกับอิหร่าน


ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตในเลบานอน อิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย และอิรัก อยู่ในกลุ่มภารกิจการทูตกลุ่มแรกที่สหรัฐจะกลับมาดำเนินการในตะวันออกกลาง ซึ่งการทยอยส่งเจ้าหน้าที่กลับอาจเริ่มขึ้นภายในสัปดาห์นี้


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า รัฐบาลวอชิงตันประเมินความเสี่ยงที่สงครามกับอิหร่านจะยกระดับในระยะใกล้ลดลง แม้สถานเอกอัครราชทูตบางแห่งจะยังคงปฏิบัติงานด้วยจำนวนเจ้าหน้าที่ต่ำกว่าระดับปกติ โดยจำกัดไว้ไม่เกิน 85% ของอัตรากำลังที่ได้รับอนุมัติ


รายงานระบุว่า สถานเอกอัครราชทูตในอิสราเอล จอร์แดน และโอมาน จะกลับมามีเจ้าหน้าที่เต็มอัตราในที่สุด แต่ภารกิจในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และเลบานอน จะจำกัดจำนวนบุคลากรไว้ที่ 85% ส่วนอิรัก คูเวต และบาห์เรน จำกัดจำนวนเจ้าหน้าที่ไว้สูงสุด 75%


แหล่งข่าวกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประเมินสถานการณ์ด้านความปลอดภัยของภารกิจทางการทูตทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ส่วนการปรับระดับกำลังเจ้าหน้าที่ในตะวันออกกลางครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้สหรัฐสามารถเดินหน้าภารกิจด้านนโยบายต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมรับประกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES