สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ว่าแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยว่า มีการระงับการนัดหมายขอวีซ่าของผู้สมัครทั่วโลกชั่วคราว โดยให้เหตุผลเพียงว่า โครงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ประจำสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลสหรัฐทุกแห่งทั่วโลก ส่งผลให้ต้องปรับตารางนัดหมายให้บริการด้านวีซ่า เพื่อรองรับการฝึกอบรมดังกล่าว


อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐปฏิเสธให้รายละเอียด เกี่ยวกับเนื้อหาหรือกรอบเวลาของการฝึกอบรมครั้งนี้ แต่ระบุว่า การฝึกอบรมมีเป้าหมายช่วยให้เจ้าหน้าที่กงสุลสามารถคัดกรองผู้สมัครที่มีแนวโน้มต้องพึ่งพาสวัสดิการสาธารณะของสหรัฐ รวมถึงสร้างมาตรฐานการประเมินผู้ยื่นขอวีซ่าให้ครอบคลุมและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน


ก่อนหน้านี้ เดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส รายงานว่า ผู้สมัครวีซ่าถาวรที่มีกำหนดเข้ารับการสัมภาษณ์ในสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลสหรัฐในหลายประเทศ เริ่มได้รับอีเมลแจ้งเลื่อนนัดออกไปก่อน “อย่างไม่มีกำหนด”


ทั้งนี้ รัฐบาลวอชิงตันสมัยที่สองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าปราบปรามการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย พร้อมเพิ่มความเข้มงวดต่อการขอวีซ่าและสถานะผู้พำนักถาวร


มาตรการดังกล่าวรวมถึงการเพิกถอนวีซ่าและกรีนการ์ด ตลอดจนปฏิเสธคำขอด้วยเหตุผลหลายประการ รวมถึงความคิดเห็นทางการเมืองและการประท้วงสนับสนุนชาวปาเลสไตน์


แม้ทรัมป์กล่าวว่า มาตรการปราบปรามดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความมั่นคงภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม นโยบายของผู้นำสหรัฐเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมายหลายครั้ง รวมถึงเสียงวิจารณ์จากกลุ่มสิทธิมนุษยชน ซึ่งมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิด้านเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นและกระบวนการยุติธรรม.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES