ระหว่าง ผู้ถูกร้องอย่าง “สว.” ที่ถูกมองว่ามีแบ็คหนา แบ็คใหญ่สีน้ำเงินคอยค้ำยัน กับอีกฝ่ายคือ “ผู้ร้อง” ซึ่งก็ถูกชี้ว่า มี “พรรคประชาชน” และ “คณะ” หนุนหลัง
แต่ที่โดนหมัดสวนกลับรายแรกเลยหลังตีปี๊บรายวัน คือ “เป๋า – ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์” เพราะรับลูกออกมาเปิดรายชื่อนักการเมืองจากพรรคภูมิใจไทยเข้าไปมีส่วนพัวพัน นับตั้งแต่หัวขบวนอย่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และอีก 8 คน รวมเป็น 9 คน แม้รายชื่อเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การที่ “ยิ่งชีพ” ถูกฟ้องกลับ นี่คือของใหม่
ที่น่าจับตาคือการที่พรรคส้ม และคณะที่เปิดหลักฐาน พฤติการณ์ไปเรื่อยๆ นัยว่า เพื่อดักทางกกต.ที่จะมีการวินิจฉัยคดีร้องเรียนนี้ในเดือน ส.ค. แต่ไปๆ มาๆ กลับถูก “ของย้อนกลับเข้าตัว” ก็ทั้งเรื่อง กางโพย นัดแนะรวมตัวกันที่โรงแรม และอื่นๆ สุดท้ายแฉกลับ “ส้ม – น้ำเงิน” ลากไส้กันออกมากอง ชี้หน้ากันทำนอง “ถ้าข้าชั่ว เอ็งก็เลว”
โดย “วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย” ที่ตีแสกหน้ายกพฤติกรรมและดิจิทัลฟุตพรินต์ในอดีตที่ผ่านมาว่า “กลุ่มไอลอว์ คณะก้าวหน้าของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคการเมืองฝั่งสีส้ม มีความร่วมมือกันรณรงค์ส่งคนลงสมัคร สว. ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวทำให้น่าตั้งคำถามว่าเป็นการฮั้วกันหรือไม่ และเมื่อกระบวนการดังกล่าวทำไม่สำเร็จ จึงมีความพยายามที่จะเข้ามาล้มกระดาน เพื่อเปิดทางให้บรรดา สว. สำรองซึ่งเป็นเครือข่ายของพรรคสีส้มได้เข้ามาทำหน้าที่แทน สว. ตัวจริงในปัจจุบัน ถือเป็นการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างแท้จริงใช่หรือไม่
ความสัมพันธ์ระหว่างนายยิ่งชีพ และนายธนาธร เช่น เพจคณะก้าวหน้า ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมตลาดนัด สว. จัดโดยไอลอว์ เชิญชวนผู้สมัคร ทุกคนไปแนะนำตัวกันได้ที่งานนี้ ไม่ต้องแอบฮั้ว แอบขอโหวตกัน ทำแบบเปิดเผย แฟร์ๆ ไปเลย จังหวัดไหนจัดวันไหน ไปเช็คกันได้เลย รวมถึงกรณีที่นายธนาธรเคยพูดถึงเรื่องการฮั้ว สว. โดยมีนายยิ่งชีพนั่งอยู่ข้างๆ แต่กลับไม่มีท่าทีคัดค้านใดๆ จึงอยากถามว่าเหตุใดจึงยอมสยบสวามิภักดิ์ต่อนายธนาธรในสถานการณ์เช่นนั้น ทำไมจึงไม่กล้าคัดค้านเลยหรือ และทำไมท่าทีในวันนี้ถึงตรงกันข้าม”…นี่คือหมัดสวนต่อมา
เรื่องการนัดแนะ เปิดห้องรวมตัวกันที่โรงแรม ที่พรรคส้มตีปี๊บว่ารายชื่อนักการเมืองจากพรรคน้ำเงิน มือประสาน นัดหมาย เจรจา ที่ไหน เมื่อไหร่ เรื่องนี้ไม่นานโลกโซเชียลมีเดียก็ขุดคุ้ยภาพที่พบว่า ผู้สมัครสว. อีกฝั่ง ซึ่งบางคนเป็นสว.ไปแล้ว นั้นมีการ “เปิดห้อง เช็คชื่อ สวมริชแบนด์” ซึ่งถูกตั้งคำถามมากว่า มันต่างกันตรงไหน
ซึ่งพฤติกรรม พฤติการณ์ เหล่านี้ เมื่อถูกโยน “พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน” หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการติดตาม ตรวจสอบเรื่องนี้ก็ระบุว่า“พฤติกรรมที่คิดว่าถูกกล่าวหา ณ เวลานี้ ตนใช้คำว่าโกง สว. ไม่ใช่ฮั้ว สว. เพราะพฤติกรรมเวลานี้ ไม่ใช่แค่จัดตั้งเครือข่ายผู้สมัคร ที่อาจทำโพยหรือแลกคะแนนระหว่างกัน แต่เรากำลังพูดถึงกระบวนการที่จ้างคนมาสมัคร มาโหวต เสนอเงินทอง ตำแหน่ง มาเกี่ยวข้อง จ่ายค่าที่พัก รวมตัวก่อนวันเลือก สำหรับตนใครก็ตามที่ทำพฤติกรรมเช่นนี้ ควรส่งเรื่องไปที่ศาลทั้งหมด ดังนั้นถ้ายืมคำพูดท่านนายกฯ คือ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ยืนยันว่า เราเรียกร้องให้หน่วยงานตรวจสอบ ตรวจสอบทุกฝ่ายตรงไปตรงมา ใครมีพฤติกรรมโกง สว.เช่นนี้ ต้องส่งเรื่องไปที่ศาล”
เอาละ ถึงตรงนี้พี่น้องประชาชน พอจะเห็นเป็นรูป เป็นร่างแล้ว งานนี้จึงต้องวัดใจ กกต.ที่จะพิจารณาตัดสิน และลากขบวนการ “ฮั้ว” มาให้หมด.



