เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายทยากร จันทรางศุ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานความปลอดภัยและบำรุงทาง กรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ขร. เจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตรวจสอบคุณสมบัติเหล็กเส้นที่ใช้ในการก่อสร้างของสัญญา 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ – หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ซึ่งมีกิจการร่วมค้า ITD-CREC No.10 ประกอบด้วยITALIAN-THAI DEVELOPMENT PCL และ CHINA RAILWAY NO. 10 ENGINEERING GROUP CO., LTD JOINT VENTURE เป็นผู้รับจ้าง

นายทยากร กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย.68 รฟท. ได้ร่วมกับท้องถิ่น รวมถึงวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญดำเนินการเก็บตัวอย่างที่โรงเก็บเหล็กมวกเหล็ก โดยจากการสอบถามผลการทดสอบในเบื้องต้นพบว่า เหล็กตัวอย่างมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ค่ามาตรฐานของงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง โดยมีค่าความต้านแรงดึงที่จุดคราก (yield strength) ไม่น้อยกว่า 400 MPa มีค่าความต้านแรงดึง (tensile strength) ไม่น้อยกว่า 540 MPa และมีค่าความยืด(elongation) ไม่น้อยกว่า 16% ด้านส่วนประกอบทางเคมียังต้องรอผล 

อย่างไรก็ตามในวันที่ 4 เม.ย. ได้ลงพื้นที่โรงเก็บเหล็กทับกวาง เก็บตัวอย่างเหล็กที่ใช้ในโครงการสัญญา 3-1 ได้แก่ เหล็กข้ออ้อยชั้นคุณภาพ SD 40 ทั้ง 5 ขนาด ได้แก่ DB 10 ใช้ heat 251371, DB12 ใช้ heat 251047, DB16 ใช้ heat 250976,  DB20 ใช้ heat 251629 และ DB25 ใช้ heat 13253 จำนวนอย่างละ 3 ตัวอย่างไปทดสอบที่สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ทั้งนี้สำหรับสัญญา 3-1 มีการใช้เหล็กของบริษัท ทาทา สตีล(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยสตีลโปรไฟล์ จำกัด (มหาชน) คาดว่าจะทราบผลภายในวันที่ 4 เม.ย.68

นายทยากร กล่าวอีกว่า โครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ -นครราชสีมา มีความคืบหน้าภาพรวม42.914  ณ สิ้นเดือน มี.ค.68 โดยในส่วนของสัญญา 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า มีความคืบหน้า 8% จากการตรวจสอบงานโครงสร้าง ไม่พบการแตกร้าวเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ขร. ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านระบบราง ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างรวมถึงวิธีและขั้นตอนในการก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงานก่อสร้างและส่งผลให้โครงสร้างมีความมั่นคงแข็งแรง สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการระบบราง