เมื่อวันที่ 4 เม.ย. จากกรณีหนุ่มเมาแล้วขับรถกระบะพุ่งชนรถนักร้องดัง ”สุขสันต์ วันสว่าง“ เจ้าของผลงานเพลงลูกทุ่ง ”สงกรานต์บ้านนา , ฝนเดือนหก“ หลังเกิดเหตุคู่กรณีรับสารภาพ แต่ไม่จ่ายค่าเสียหาย บอกให้ไปฟ้องร้องเอาเอง ส่วนทางด้านคดีกลับไม่มีความคืบหน้า วันนี้ นายสมชาย ดำราม หรือ “สุขสันต์ วันสว่าง“ ได้ร้องผ่านผู้สื่อข่าวว่า ถูกคู่กรณีเมาแล้วขับ มาชนท้ายรถของตนเสียหายยับเยินในขณะที่รถจอดอยู่กับที่ ร้านไก่ย่างพระราม 5 พื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี

นายสุขสันต์ เล่าว่า วันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา ตนเองจอดรถรับประทานอาหารที่ร้าน ไก่ย่างพระราม 5 กับ สุรชาติ สมบัติเจริญ เพื่อนนักร้องด้วยกัน เสร็จจากรับงานแสดงร้องเพลงแล้ว ขณะที่ตนและเพื่อนนั่งกินข้าวอยู่ในร้านได้ยินเสียงรถชนดังสนั่น ตนจึงได้เดินมาดูที่รถ ซึ่งรถปาเจโร่ของตนที่จอดอยู่ ถูกรถกระบะมิชซูมิชิ สีดำทะเบียน ชนเข้าที่ท้ายรถฝั่งขวาของตนพังเสียหาย และกระแทกกันไปอีกรวม 5 คันรวด แต่รถของตนเสียหายมากที่สุด อู่ประเมินค่าซ่อม 350,000 บาท ซึ่งประกันรถของตนขาดพอดีด้วย ตอนนี้ตนต้องเอารถญาติมาใช้ก่อน เพื่อตะเวนรับงานขับร้องหาเงิน

นายสุขสันต์ เล่าต่อว่า ในวันที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอร์คนขับ หลังเวลาผ่านไปร่วม 3 ชม. ปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 177 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินไปมาก ตำรวจก็ไม่ยอมให้ผู้ก่อเหตุเป่าในที่เกิดเหตุ อ้างไปคุยกันที่โรงพักอย่างเดียว

โดยร้อยเวรตัดสินคดีเมาแล้วขับ ผู้ก่อเหตุรับสารภาพในชั้นพนักงานสอบสวน โดยปรับ 9,000 บาท แต่รับสารภาพลดให้ครึ่งหนึ่ง เหลือ 4,500 บาท ส่วนในทางแพ่งนั้นผู้เสียหายรับสารภาพ และจะชดใช้ค่าเสียหายให้ใน 30 วัน แต่ไม่เคยติดต่อกลับมา อะไหล่รถบอกว่าจะซื้อมาให้ก็ไม่เคยเห็นซื้อสักชิ้น โทรฯไปก็บอกไม่มีตังค์อย่างเดียว

ต่อมาตนจึงตัดสินใจเดินทางไปพบ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พื้นที่เกิดเหตุ ตอนแรกก็ถูกกีดกันไม่ให้เข้าพบ แต่เมื่อเห็นว่ามีนักข่าวอยู่ด้วย จึงยินยอมให้เข้าพบ ผกก. จึงโทรฯหาร้อยเวรถามว่าคดีไปถึงไหน ร้อยเวรบอกว่ายังไม่ส่งฟ้อง แต่อีก 2-3 วัน จะส่งสำนวนฟ้องไปยังอัยการ และผกก. รับปากด้วยว่าจะตั้งกรรมการสอบสวนร้อยเวร เนื่องจากระหว่างลงบันทึกการแจ้งความ มีความพยายามดึงเรื่อง

นายสุขสันต์ กล่าวต่ออีกว่า วันที่ 29 ม.ค. พนักงานสอบสวนจึงส่งสำนวนฟ้องไปยังอัยการ โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้เสียหายได้รับทราบ ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะขอเป็นโจทก์ร่วม และเป็นการฟ้องด้วยวาจา ข้อหาเมาแล้วขับ ทำให้เสียทรัพย์ แต่ไม่ได้แจ้งยอดความเสียหาย ใบบันทึกประจำวันที่ผู้ก่อเหตุรับสารภาพและยินยอมชดใช้ก็ไม่ส่งให้อัยการ ”

ซึ่งเวลาผ่านไปเกือบ 3 เดือนทางคู่กรณียังไม่มีมาชดใข้ค่าเสียหาย ตนเดือดร้อนลำบากมาก ต้องหาเงินทยอยให้ทางอู่ซ่อมรถชื้ออะไหล่รถซ่อมไปเรื่อยหมดไปแล้วนับแสนบาท และตนจะไปยื่นเรื่องต่อ ปปช.นนทบุรี เพื่อเอาผิดพนักงานสอบสวน ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ม.157 ตนสงสัยว่าร้อยเวรปล่อยตัวผู้ก่อเหตุกลับไปในคืนนั้นได้อย่างไร คนขับเมาหนักจนยืนแทบไม่ได้ โดยร้อยเวรอ้างว่าจ่ายค่าปรับแล้ว กลับบ้านได้

ล่าสุดคู่กรณีโอนเงินเข้ามาให้ตนเป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท ตนโทรฯคุยถึงค่าใช้จ่ายที่ทางอู่ซ่อมรถประเมินค่าซ่อมมาให้ เป็นจำนวนเงิน 350,000 บาท ซึ่งทางคู่กรณีบอกกับตนว่าถ้า 100,000 บาทพอไหว แต่ขอผ่อนจ่ายนะ ผ่อนให้ได้เดือนละ 20,000 บาท ถ้า 350,000 บาท คงไม่ใหวไม่มี ให้ไปฟ้องเอาเอง

ซึ่งตนก็อยากบอกกับน้องคู่กรณีของตนว่า ทุกวันนี้ตนก็ลำบากต้องเช่ารถมาใช้เงินที่หามาได้ ก็เอามาซ่อมรถไหนจะผ่อนรายเดือนรถปาเจโร่อีกเดือนละ 15,228 บาท ซึ่งตนไม่ได้ผ่อนมาแล้ว 3 เดือนจะเข้าเดือนที่ 4 แล้ว ตนก็จะโดนทางไฟแนนซ์ตามยึดอีกแน่ เพราะหาเงินไม่ทันถ้าหากคู่กรณีไม่รับผิดชอบ.