เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ร.ต.อ.ยุทธพล บุญเกิด รอง สว.สอบสวน สภ.นาจอมเทียน ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพัก ภายในทาวน์เฮาส์ ตั้งอยู่ในโครงการชมทะเลรีสอร์ท หมู่ที่ 1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังรับแจ้ง ได้ประสานรถดับเพลิง เทศบาลตำบลนาจอมเทียน เข้าทำการระงับเหตุ ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านพัก 3 ชั้น อยู่ในระหว่างการรีโนเวทห้องใหม่ ที่บริเวณชั้นล่าง กำลังถูกเพลิงโหมลุกไหม้ มีกลุ่มควันดำพวยพุ่งคลุ้งทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้รถน้ำ 3 คัน ระดมฉีดสกัดเพลิง ต้องใช้เวลานานร่วม 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบภายในชั้นล่างได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุวางเพลิง คือ นายสินชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ช่างก่อสร้าง ผู้ก่อเหตุวางเพลิง ซึ่งรอมอบตัวอยู่ที่เกิดเหตุ จากประวัติทราบว่า นายสินชัย เป็นชาวฉะเชิงเทรา ในอดีตปี 2529 เคยถูก กองทัพบก เรียกตัวไปสู้รบในสงครามเวียดนาม มาบุกประชิดชายแดนอรัญประเทศ ในขณะนั้นมีชั้นยศสิบเอก ทำหน้าที่ในการเก็บกู้ระเบิด โดยสงครามครั้งนั้น เวียดนามยกทัพมาตีไทย และจีนยกทัพตีเวียดนาม จนมีชื่อขนานนามในสงครามครั้งนี้ว่า จีนสั่งสอนเวียดนาม

เบื้องต้น นายสินชัย ผู้ก่อเหตุ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้วางเพลิงเผาทรัพย์จริง เนื่องจากไม่พอใจเจ้าของบ้าน จากกรณีที่ตนได้รับจ้างซ่อมแซมทาวน์เฮาส์ และเข้าพักในห้องที่เกิดเหตุ ต่อมาได้มาขอพูดคุย และขอเข้าไปนำเสื้อผ้าสิ่งของส่วนตัวออกมาจากห้องพัก แต่ถูกปฏิเสธไม่อนุญาตให้เข้าไป โดยเจ้าของบ้านได้นำเสื้อผ้าใส่ถุงผ้า และถุงพลาสติกโยนลงมาให้จากชั้นที่ 2 ทำให้ นายสินชัย เกิดความไม่พอใจ จึงทุบกระจกประตูด้านหน้า ก่อนก่อเหตุวางเพลิงเผาทรัพย์ภายในห้องชั้นล่าง จนได้รับความเสียหาย

ด้าน นายเฉลิม (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี รปภ. เล่าว่า นายสินชัย ผู้ก่อเหตุ มีอาชีพเป็นช่างรีโนเวทห้องพัก และมีความความคับแค้นใจอย่างหนัก เคยมาบ่นให้ฟังว่า เจ้าของห้องพัก ไม่ยอมจ่ายค่าแรง ก่อนเกิดเหตุพยายามจะเข้าไปภายในห้อง เพื่อขอเก็บอุปกรณ์กับต่างจังหวัดและไม่ทำงานต่อ แต่ปรากฏว่าเจ้าของห้องไม่ยอมเปิดประตูให้ จึงตัดสินใจใช้ก้อนอิฐขว้างไปที่บานกระจก และใช้เท้าถีบจนได้รับบาดเจ็บที่ขา จากนั้น จึงเข้าไปวางเพลิงก่อนจะเดินออกมา เจ้าตัวก็ไม่ไปไหนยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่โดยดี

เบื้องต้น พ.ต.อ.พัฒนา รอบรู้ ผกก.สภ.นาจอมเทียน ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับชุดพิสูจน์หลักฐาน2 จ.ชลบุรี เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมนำตัวผู้ก่อเหตุ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ในความผิดฐาน บุกรุกเคหสถาน และวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น.