เมื่อวันที่ 27 มี.ค.เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิกระจกเงา ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ข่าวน่าสะเทือนใจในรอบสัปดาห์ คงไม่พ้นคดีฆาตกรรมชำแหละศพสาวชาวลาว โดยแฟนหนุ่มชาติเดียวกัน

คดีนี้คือความรุนแรงในครอบครัวที่ไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ ฝ่ายหนึ่งต้องการไปมีชีวิตใหม่ แต่อีกฝ่ายไม่ยอม ก่อนหน้านี้ ในห้วงปลายเดือน ก.พ. 2569 หญิงสาวได้หายตัวไปจากที่พัก และฝ่ายชายได้เคยโทรมาแจ้งคนหายที่มูลนิธิกระจกเงา

ทีมงานประเมินว่า เข้าข่ายความรุนแรงในครอบครัว  จึงขอหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อญาติของฝ่ายหญิงโดยตรง  ฝ่ายชายบอกว่า “ญาติอาจจะพูดไม่ดีเกี่ยวกับตัวผมนะครับ” แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ให้เบอร์ติดต่อญาติกับทีมงาน

ปัญหาคนหายที่เป็นความรุนแรงในครอบครัว ทีมงานจะใช้ความระมัดระวัง รับฟังข้อความรอบด้าน และเคารพในสิทธิการตัดสินใจของคนที่หายไป และเราจำเป็นต้องยืนยันความปลอดภัยของคนหาย ทีมงานจึงส่งข้อความเป็นภาษาไทยและภาษาลาวไปยังกล่องข้อความเฟซบุ๊กของหญิงสาว ไม่กี่อึดใจเธอโทรกลับมายังหมายเลขโทรศัพท์ของทีมงาน  เธอยืนยันความปลอดภัย เธอสบายดี และต้องการยุติความสัมพันธ์กับฝ่ายชาย แต่คุยกันไม่ลงตัวเพราะฝ่ายชายไม่ยินยอม

ทีมงานรับทราบและยืนยันว่า เราจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่แจ้งกับฝ่ายชาย

เคสนี้เงียบหายไปเพราะฝ่ายชายซึ่งเป็นผู้แจ้งก็ไม่ได้ติตตามเรื่องมาอีก กระทั่งวันที่ 24 มี.ค. 2569 ชื่อของหญิงสาวถูกรายงานว่า มีการแจ้งคนหายเข้ามาในระบบของมูลนิธิกระจกเงาอีกครั้ง โดยครั้งนี้ผู้แจ้งเป็นพี่สาวของคนหาย ก่อนเรื่องราวถูกคลี่คลาย กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่สะเทือนใจ

หลายคดีที่ปัญหาครอบครัวหรือความสัมพันธ์หาทางออกร่วมกันทั้งสองฝ่ายไม่ได้ จนต้องจบลงด้วยความรุนแรงในระดับฆาตกรรม สัญญาณความรุนแรงมักถูกบ่งชี้มาก่อนเสมอ โดยเฉพาะการเคยขู่หรือใช้กำลังทำร้าย คนในครอบครัวและคนรอบข้างจะมีส่วนช่วยกันยับยั้ง หรือหาแนวทางปลอดภัยให้คนที่อยากจะหายไป

สำหรับตัวคนหายเอง ขอให้เลือกจะอยู่ในที่ปลอดภัย และขอความช่วยเหลือทันทีเมื่อประเมินว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย

ขอให้หญิงสาวไปสู่ภพภูมิที่ดี