เมื่อวันที่ 26 เม.ย. นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2568 ในฐานะภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ภปค.) กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา ภปค.ได้รับแจ้งจากประชาชนและเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดระนอง ถึงกรณีที่องค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่ของทั้งสองจังหวัด มีความพยายามที่จะจัดให้มีการขาย และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในสวนสาธารณะ ผ่านการจัดงานที่ให้เหตุผลว่าจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกรณีแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ที่มีข่าวว่ามีการจัดตั้งให้พื้นที่ทั้งหมดเป็นสโมสร และมีการจัดกิจกรรม “พิธีสระเกล้าดำหัว” เนื่องในประเพณีปี๋ใหม่เมืองเพื่อแสดงความเคารพขอขมา และขอพรผู้ใหญ่ เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ไทย อบจ.เชียงใหม่ โดยจัดให้มีการให้ขายและให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา และอีกกรณีคือที่จังหวัดระนอง โดยมีความพยายามที่จะใช้ “ภูเขาหญ้า” สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองระนอง ที่มีสภาพเป็นสวนสาธารณะและยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ในกำกับดูแลและใช้ประโยชน์ของราชการ เป็นสถานที่จัดงานที่สามารถให้ขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตลอดทั้งปี
“เครือข่ายฯ เข้าใจเจตนาดีของหน่วยงาน ที่อยากส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือกระตุ้นเศรษฐกิจ หากแต่เราไม่เชื่อว่าการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงและยั่งยืน ซ้ำร้ายอาจสร้างปัญหาทั้งทางด้านสุขภาพของตัวผู้ดื่ม ภาระทางการแพทย์ ปัญหาสังคมและครอบครัว และหากพิจารณากรณีเชียงใหม่ สถานที่ดังกล่าวถือว่าเป็นสวนสาธารณะของทางราชการ ที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป ต้องห้ามมิให้มีการขายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ดังกล่าวโดยเด็ดขาด” นายธีรภัทร์ กล่าว

นายธีรภัทร์ กล่าวต่อว่า ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 27 (7) และมาตรา 31 (6) โดยการห้ามขาย ห้ามดื่ม ในสวนสาธารณะของทางราชการ ที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป ถือเป็นกฎหมายแม่บท เป็นบทบัญญัติที่ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น การจัดตั้งเป็นสโมสรหรือการผลักภาระให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดพิจารณาออกข้อยกเว้น จึงอาจเป็นวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนในจังหวัดระนอง ภูเขาหญ้านั้นโดยสภาพเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนทุกเพศทุกวัยอยู่แล้ว มีการสร้างถนน อำนวยความสะดวกโดยรัฐและยังเป็นพื้นที่ในกำกับดูแลของรัฐ ซึ่งมีประกาศสำนักนายกฯ ห้ามไว้เช่นเดียวกันตั้งแต่ 8 ก.พ. 2558 เรื่องนี้เครือข่ายได้ตั้งทีมศึกษาข้อกฎหมายและเตรียมการฟ้องศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นนี้อย่างแน่นอน
ด้าน นายสุชีพ พัฒน์ทอง ประธานประชาคมเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดระนอง กล่าวว่า หลายสิบปีที่ผ่านมา เครือข่ายร่วมกับภาคีสุขภาพในจังหวัดระนอง รณรงค์และประสานขับเคลื่อน ขอให้หน่วยงานรัฐหรือเอกชนเปิดพื้นที่เป็นพื้นที่ปลอดเหล้า-ปลอดบุหรี่-ยาเสพติด เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กเยาวชนและครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนมี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี 2551 และเมื่อมี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ประสานงานง่ายขึ้น ด้วยหน่วยงานราชการ และผู้บริหารจังหวัดมีแนวคิดการปกป้องเด็กเยาวชนให้ห่างไกลจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทบทุกสมัย ในจังหวัดระนอง จึงมีหลายพื้นที่ ประกาศปลอดเหล้า-ปลอดปัจจัยเสี่ยง ในช่วงเทศกาล หรือในพื้นที่ เช่น งานอาบน้ำแร่แลระนอง, บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน รวมถึง ภูเขาหญ้า ที่มีความสวยงามและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนของเด็ก-เยาวชนและครอบครัว ทั้งคนในจังหวัดระนองและนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่การที่ใช้กลไกช่องทางกฎหมายเพื่อให้ ภูเขาหญ้าขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้นั้น เป็นเพียงการหาประโยชน์เฉพาะกลุ่มเฉพาะตัว เครือข่ายองค์กรงดเหล้าและภาคีเครือข่ายรวมถึงกลุ่มเด็กเยาวชนในจังหวัดระนองจึงไม่เห็นด้วยและขอสนับสนุน ผู้ว่าฯ ให้ยึดมั่นในหลักการเดิมที่เป็นมา ไม่อมุมัติให้ใช้พื้นที่ภูเขาหญ้า ในการจัดงานที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงบุหรี่และสารเสพติดอื่นทุกรูปแบบ
นางกัญญานันท์ ตาทิพย์ ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า กว่า 20 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายร่วมกับภาคีสุขภาพใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีการรณรงค์ ขับเคลื่อนงานลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดผลกระทบและยังเน้นบูรณาการความร่วมมือ ขอให้หน่วยงานรัฐที่เป็นกลไกบูรณาการให้มีการให้ความรู้ การประชาสัมพันธ์ ออกตรวจเตือน และบังคับใช้กฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2551 เพื่อเกิดพื้นที่ เทศกาลและงานบุญประเพณีที่ปลอดภัยให้เด็กเยาวชนและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีหลายพื้นที่ ประกาศปลอดเหล้า-ปลอดปัจจัยเสี่ยงในช่วงเทศกาล หรือในพื้นที่ เช่น งานปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ โซนนิ่งบริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่ (ท่าแพ), เทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่, สงกรานต์ถนนข้าวแต๋น จังหวัดน่าน, การแข่งเรือปลอดเหล้า จังหวัดน่าน
กรณี สวนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นแลนด์มาร์คที่สวยงาม จุดพักผ่อนสำหรับทุกคน แต่การที่ให้ผู้รับผิดชอบสถานที่ทำแบบนี้ เป็นการจงใจปล่อยให้มีกิจกรรมที่ขัดต่อกฎหมาย ท้าทายเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็ก-เยาวชนและครอบครัว ซึ่งสวนสาธารณะ ควรเป็นที่พักผ่อน การมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงในทุกมิติอยู่แล้ว รวมถึง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติบังคับใช้กฎหมาย ก็จะทำงานได้ยากลำบาก อีกกรณีคือสวนสาธารณะหนองน้ำครก ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียงจังหวัดน่าน ที่มีการจัดกิจกรรม งานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ตำบลม่วงตึ๊ด ซี่งการเขียนข้อความ “สโมสร” จัดบูธ งานรำวง ขบวนแห่และจัดให้มีการขาย-การดื่มในสวนสาธารณะ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนบน และภาคีเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน จึงไม่เห็นด้วยและขอสนับสนุนหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักการเดิมที่เป็นมา ไม่อนุมัติให้ใช้สวนสาธารณะจัดงานหรือกิจกรรมที่มีการส่งเสริมการขาย-การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้าและสารเสพติดอื่นในทุกกรณี.



