เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 69 ที่พรรคประชาชน (ปชน.) นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรค ปชน. แถลงนโยบาย กทม. โปร่งใส เอไอปราบโกง ว่า ขอเสนอวิสัยทัศน์ กทม. โปร่งใส เอไอปราบโกง เพื่อยกระดับการตรวจสอบงบฯ และการปราบปรามการทุจริตด้วยเทคโนโลยีเอไอ เชื่อว่าการวางระบบที่ดีต่อให้มีใครอยากโกงก็จะทำได้ยาก ทั้งนี้เรามีผู้ว่าฯ มากี่คน ประชาชนเลือกมาก็หวังเป็นคนดี แต่เข้ามาแล้วทำไมปัญหาไม่เคยหมดไป ยังมีการทุจริตทุกสมัย เช่น สมัย นายสมัคร สุนทรเวช เป็นผู้ว่าฯ ก็มีการทุจริตโครงการรถ เรือดับเพลิง มูลค่า 6.6 พันล้านบาท สมัยที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน มีคดีฮั้วประมูล 16 โครงการก่อสร้างมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท
สมัย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร มีคดีฮั้วจ้างเดินรถไฟสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 30 ปี วงเงินกว่า 1.9 แสนล้านบาท และสมัยนายอัศวิน ขวัญเมือง มีคดีไฟประดับลานคนเมือง 39 ล้านบาท ส่วนสมัยผู้ว่าฯ คนปัจจุบันก็มีหลายโครงการที่ส่อทุจริต เช่น โครงการเช่ารถขยะ EV มูลค่าราว 4 พันล้านบาท ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ทำหนังสือถึง ครม. ให้ตรวจสอบโครงการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท รวมถึงโครงการซ่อมสภา กทม. มูลค่า 194 ล้านบาท ที่มีการเปิดโปงว่าสายพื้นที่ทิพย์เข้าไปทำให้มากกว่าพื้นที่จริง 10 เท่า
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า จะเห็นได้ว่าการทุจริตมีทุกสมัย ดังนั้น จะหวังพึ่งคนดีเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสร้างระบบที่ดี ทำให้คนโกงไม่ได้ ในฐานะแคนดิเดตผู้ว่าฯ พรรค ปชน. จะมาเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ เพราะเป้าหมายของพรรคคือตัดตอนการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ซึ่งมีการสรุปเทคนิกการคอร์รัปชั่นงบฯ ที่ทำกันมาสิบๆ ปี มี 4 ขั้นตอนคือเขียนสเปก ล็อกสเปก มีการปั่นราคากลางให้สูง และจัดทำราคา ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภา กทม. เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภา กทม. แล้วจะมีการออกแบบทีโออาร์ให้เอกชนเสนอราคา ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นกระดาษ ไม่ใช่ไฟล์ดิจิทัล ไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลได้ ทำให้การทุจริตซุกซ่อนได้
นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า จึงต้องเปลี่ยนระบบเพื่อแก้ปัญหา โดยสิ่งที่ตนและทีมบริหาร กทม.จะทำเพื่อปิด 4 ขั้นตอนดังกล่าวคือนำระบบที่แบงค์ค็อก เรดแฟล็ก เอไอ (BKK Redflag AI) มาใช้ ซึ่งการทำงานหลักๆ มี 7 ด้าน คือ 1. ทำคำของบในรูปแบบดิจิทัล ให้คอมพิวเตอร์ หรือเอไอประมวลผลได้ 2.เรดแฟล็กล็อกสเปก ใช้เอไออ่านหรือตรวจพบการระบุสเปกแบบจำกัดแคบเกินไปก็แจ้งเตือนทันที 3.เรดแฟล็กราคาแพง ใช้เอไอตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาจัดซื้อกับฐานข้อมูลจัดซื้อในอดีตกับของหน่วยงานรัฐ 4. การทำแคตตาล็อกราคา หรือฐานข้อมูลราคาจริง เพื่อปิดช่องโหว่การสืบราคากลาง 5.เรดแฟล็กทีโออาร์ ใช้เอไออ่านทีโออาร์และตรวจสอบวิเคราะห์ออกมาเป็นคะแนนความเสี่ยงจะทุจริต หากพบเสี่ยงสูง ก็ใช้คนมาตรวจสอบต่อว่าจะมีการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดหรือไม่ 6.เรดแฟล็กเครือข่ายใกล้ชิด ใช้เอไอตรวจสอบความเชื่อมโยงบริษัทที่เสนอราคาว่า มีความเชื่อมโยงเข้ามาได้หรือไม่ และ 7. ตรวจสอบดีเอ็นเอของเอกสาร หรือจับฮั้วประมูลจากไฟล์ดิจิทัล ว่ามีการเอื้อการทุจริตหรือไม่



