เมื่อเวลา 14.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปักกิ่ง ซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง) วันที่ 20 ก.ค. ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และคณะ เดินทางเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ Alibaba Group ศึกษานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านการลงทุนและการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย เพื่อยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชน โดยนาย Fan Luyuan  ประธานและซีอีโอกลุ่มธุรกิจสื่อและความบันเทิงดิจิทัล  รอให้การต้อนรับ

นายกฯ กล่าวชื่นชมบทบาทของ Alibaba ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่พัฒนาสู่ระบบนิเวศดิจิทัลครบวงจร ปัจจุบัน มีธุรกิจในไทยทั้งด้านคลาวด์ อีคอมเมิร์ซ และโลจิสติกส์ และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและศูนย์กระจายสินค้า พร้อมย้ำศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจของภูมิภาค รัฐบาลยังให้ความสำคัญการลงทุนในไทยด้านเอไอคลาวด์ และโลจิสติกส์ สอดคล้องกับธุรกิจของบริษัท รวมถึงอยากเห็นความร่วมมือผ่านแพลตฟอร์มที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย  รวมทั้ง การพัฒนาทักษะดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นประตูยุทธศาสตร์สู่อาเซียนด้วย 

เมื่อเวลา 15.00 น. นายอนุทินและคณะ เดินทางเยี่ยมชมและสักการะพระพุทธรูปสำคัญ ที่วัดลามะ (Lama Temple) โดยนายกฯ และคณะได้จุดธูปสักการะพระพุทธรูปและรูปเคารพพระโพธิสัตว์ภายในวัด เพื่อความเป็นสิริมงคลเพื่อประเทศไทยและความสัมพันธ์ไทย-จีน เจริญรุ่งเรือง พร้อมยังส่งเสริมความสัมพันธ์เชิงวัฒนธรรมระหว่างไทย-จีน ในด้านพระพุทธศาสนา  ก่อนเดินทางกลับจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่งและจะเดินทางถึงกรุงเทพฯ เวลาประมาณ 19.40 น. คืนนี้

อนึ่ง วัดลามะยงเหอกง (雍和宫) แปลเป็นไทยว่าพระตำหนักยงเหอ อดีตเคยเป็นที่ประทับของ 2 จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ชิง เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรม 4 สายหลักแห่งชนชาติจีน คือชนชาติฮั่น แมนจู มองโกล และทิเบต ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าทางด้านวัฒนธรรมของปักกิ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1694 เพื่อใช้เป็นที่ประทับให้แก่ จักรพรรดิยงเจิ้ง (雍正) ต่อมาฮ่องเต้เฉียนหลงที่เป็นพระราชโอรสก็ได้ขึ้นครองราชย์สืบต่อ ในปี ค.ศ. 1744 พระองค์ทรงได้ยกบริเวณพื้นที่พระตำหนักทั้งหมดให้แก่พระภิกษุชาวทิเบต และเปลี่ยนชื่อที่นี่เป็นวัดลามะ