ขี้เหล็ก เป็นไม้ขนาดกลาง มีลำต้นสูงประมาณ 5-15 เมตร ลำต้นมีลักษณะไม่สมมาตร ไม่เป็นวงกลม และมักบิดงอ เปลือกลำต้นมีสีเทาอมดำ เปลือกแตกเป็นร่องเล็กๆตามยาว เมื่อจับจะรู้สึกสากมือ ลำต้นแตกกิ่งจำนวนมาก เป็นทรงพุ่มใหญ่ ใบประกอบแบบขนนกชนิดใบคู่  ใบแตกออกบริเวณกิ่ง เรียงสลับกัน ประกอบด้วยใบหลักยาวประมาณ 15-25 ซม. แต่ละใบหลักประกอบด้วยใบย่อย เรียงเป็นคู่ คู่ 7-16 คู่ ใบย่อยมีรูปร่างรี โคนใบ และปลายใบมน แต่หลักเว้าตรงกลางของปลายใบเล็กน้อย ใบยาวประมาณ 3.5-4 ซม.กว้างประมาณ 1.5-2 ซม. ใบจะเริ่มแก่ในช่วงต้นฤดูฝนประมาณเดือน  ดอก แทงออกเป็นช่อขนาดใหญ่ บริเวณปลายกิ่งเท่านั้น ช่อดอกยาวประมาณ 20-40 ซม. แต่ละช่อประกอบด้วยดอกจำนวนมาก มากกว่า 10 ดอก ดอกประกอบด้วยกลีบรองดอก 3-4 กลีบ กลีบดอกมีสีเหลืองเข้ม จำนวน 5 กลีบ ที่มีขนาดเท่ากัน ถัดมาภายในเป็นเกสรตัวผู้ 10 อัน ถัดมาเป็นเกสรตัวเมีย และรังไข่   ฝัก และเมล็ด ผลขี้เหล็ก เรียกว่า ฝัก มีลักษณะแบนยาว ฝักอ่อนมีสีเขียว ฝักแก่มีสีน้ำตาลอมดำ ขนาดฝักกว้าง 1.5 ซม.ยาว 15-25 ซม. ภายในฝักมีเมล็ดเรียงตามความยาวของฝัก จำนวน 20-30 เมล็ด เมล็ดมีรูปร่างรีแบน สีน้ำตาลอมดำ

สรรพคุณของขี้เหล็ก ใบ ช่วยในการถ่ายพรรดึก ถ่ายพิษ ไข้ ถ่ายกระษัย ช่วยแก้อาการเหน็บชา แก้นิ่ว ขับปัสสาวะ พิษเสมหะ แก้ระดู ขาว ตลอดจนช่วยบ ารุงเลือด แก้บวม ดับพิษโลหิต อาการนอนไม่หลับ หรือ ใช้ดอกสุราดื่มก่อนนอน ให้รสขม ดอก ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ หรือโรคประสาท แก้หืด แก้รังแค เป็น ยาระบาย ให้รสขม ฝัก  ช่วยแก้ไข ขับเสมหะ หรือแก้พิษ ไข้เพื่อปิตตะ ให้รสขม ช่วยในการแก้กระษัย หรือแก้เส้นเอ็นตึง ให้รสขมเฝื่อน ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร แก้กระษัย ให้รสขม ช่วยถอนพิษไข้ แก้กระษัยเส้นเอ็น ให้รสขมเฝื่อน

นอกจากนี้ขี้เหล็กมาใช้ประกอบอาหารรับประทานแล้ว ยังสามารถนำาไปขจัดรังแคบริเวณเส้นผมและหนัง ศีรษะได้อีกด้วย ทำให้เส้นผมชุ่มชื้นเงางามดูสุขภาพดี แต่ทั้งนี้การรับประทานต้องระมัดระวังเพราะอาจ

ข้อควรระวังกินชี้เหล็ก  ในลักษณะที่นำใบขี้เหล็กไปตากแห้งแล้วบรรจุเป็นเม็ด อาจทำให้เกิดการเสื่อมและการตายของเซลล์ตับ หรืออาจทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ ทำให้เกิดโรคตับได้ ซึ่งการรับประทานขี้เหล็กอย่างปลอดภัย ต้องเลือกใบเพสลาดหรือตั้งแต่ยอดอ่อนถึงใบขนาดกลาง และนำไปต้มให้เดือด เทน้ำทิ้งสัก 2-3 น้ำ แล้วค่อยนำมาปรุงอาหารหรือนำไปทำเป็นยา ซึ่งวิธีการแบบพื้นบ้านนี้จะช่วยฆ่าฤทธิ์และทำลายสารที่เป็นอันตรายต่อตับได้ และยังช่วยลดความขมลงอีกด้วย

สารบาราคอลที่ได้รับในปริมาณมากจากขี้เหล็ก อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม และมีผลทำลายเซลล์ตับ สารในกลุ่มสารฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ออกฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดฝอยแตกได้ จึงไม่ควรรับประทานมาก และผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูงไม่ควรรับประทาน อย่างไรก็ตามจากผลการทดลองพบว่าขี้เหล็กช่วยให้นอนหลับ แต่เนื่องจากมีรายงานความเป็นพิษต่อตับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) จึงห้ามจำหน่ายยาขี้เหล็กในรูปสมุนไพรเดี่ยวเพื่อใช้เป็นยานอนหลับหรือช่วยให้นอนหลับ.