การใช้มือยาวนาน บ่อยครั้ง ทำให้เกิดอาการมือชา ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคออฟฟิศซินโดรม หากใช้งานนิ้วมือมากเกินไปอาจเกิดการเกร็ง การกดเบียด และสั่นสะเทือนถึงเส้นประสาท กิจกรรมเช่น การใช้โทรศัพท์มือถือในการอ่านหนังสือ หรือการพิมพ์คอมพิวเตอร์ ก็ใช้กล้ามเนื้อหรือการเกร็งกล้ามเนื้ออยู่บ่อยครั้ง หากทำนานๆ ทำให้เกิดความเสี่ยงจะมือชา อาการนี้มักพบบ่อยในวัยทำงาน โดยส่วนมาก มักเกิดกับเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และเกิดจากการใช้งานของมือ ในลักษณะที่ต้องมีการกระดกข้อมือ หรือกำยืดนิ้วมือตลอดทั้งวัน
อาการจะเริ่มชาที่ฝ่ามือและนิ้วมือ ในขณะที่ใช้มือทำงานอย่างต่อเนื่อง และถ้าเป็นมากอาจมีอาการชาจนเป็นเหน็บในขณะที่ไม่ได้ใช้งาน และมีอาการปวดตอนกลางคืนจนต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อขยับมือหรือบีบนวดฝ่ามือ และถ้าปล่อยไว้นานจะมีการอ่อนกำลังของมือหยิบจับสิ่งของแล้วร่วงหล่น จนถึงขั้นมีการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อมือในที่สุด
มือชา เกิดจากการหนาตัวของเอ็นกระดูกบริเวณข้อมือหรือที่บริเวณอุโมงค์ข้อมือ เอ็นจะไปกดรัดเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่ฝ่ามือ และเส้นประสาทที่ทำหน้าที่รับความรู้สึกที่ฝ่ามือ เมื่อมีการเคลื่อนไหวของข้อมือมาก ๆ จึงทำให้เกิดการระคายมากขึ้น กลุ่มที่พบอาการมือชา เช่น คนทำงานในออฟฟิศที่ต้องรับโทรศัพท์ หรือใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน แม่ครัว ช่างทำผม แม่บ้านทำความสะอาด กวาดบ้าน
กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ สตรีที่ตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ผู้ป่วยที่มีข้อต่อกระดูกคอเสื่อม รวมถึงการขาดวิตามินบี
วิธีป้องกันอาการมือชา คือ ลดการใช้งานข้อมือลง ปรับท่าทางการทำงานของมือให้เหมาะสม ระหว่างทำงานข้อมือต้องไม่งอมากเกินไป ใช้อุปกรณ์ช่วยประคองข้อมือสำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อให้ข้อมือมีที่พัก เมาส์ที่ใช้ก็ต้องมีขนาดพอดีมือ ไม่เล็กจนเกินไป เพราะจะทำให้ข้อมือเกร็งมากขึ้น
ถ้าผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง จะให้ยาต้านการอักเสบของเส้นเอ็นและเส้นประสาท หรือรักษาโดยกำจัดปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุ เช่น ถ้าเกิดจากการใช้งานเยอะ ก็พักการใช้ชั่วคราว ลดการสั่นสะเทือน ใช้งานแขนและมือให้ถูกท่า บริหารยืดกล้ามเนื้อบริเวณแขนและมือ เพื่อลดความตึงพังผืดระหว่างเส้นเอ็นและเส้นประสาท อาจใช้ยากิน ยานวด หรือทำกายภาพด้วย การรักษาทางการแพทย์อาจให้วิตามินบี ไปถึงการผ่าตัดเอ็นที่ไปกดรัดเส้นประสาทนั้น
( ขอขอบคุณข้อมูลจากเวบไซด์โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ )


