สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคูเวตซิตี ประเทศคูเวต เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี ) ของอิหร่าน เปิดฉากโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียอีกครั้ง เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของกองทัพสหรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นเป็นคืนที่ 7 ติดต่อกัน


คูเวตยังคงตกเป็นเป้าหมายการโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลแห่งหนึ่งได้รับความเสียหาย และท่าอากาศยานนานาชาติคูเวตต้องระงับให้บริการชั่วคราว

ขณะที่ไออาร์จีซีกล่าวว่า ส่งโดรนและขีปนาวุธโจมตีศูนย์สนับสนุนทางทหารของสหรัฐที่ค่ายอาริฟจาน และทำลายสถานีเรดาร์ที่ฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเลม ในคูเวต


นอกจากนี้ ไออาร์จีซีอ้างการโจมตีโรงเก็บเครื่องบินรบของสหรัฐ ภายในฐานทัพอากาศชีค อิซา และศูนย์ข้อมูลข่าวกรองทางทหารของสหรัฐในบาห์เรน และฐานทัพสหรัฐในจอร์แดนด้วย


ไออาร์จีซีระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า เนื่องจากไม่มีองค์กรระหว่างประเทศใดสามารถยับยั้ง “ความป่าเถื่อน” ของกองทัพสหรัฐได้ อิหร่านจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากตอบโต้ตามหลักการในพระคัมภีร์ พร้อมเตือนประเทศพันธมิตรของสหรัฐในภูมิภาค ให้เตรียมรับการโจมตีเพิ่มเติม หากยังคงให้กองทัพสหรัฐใช้พื้นที่เป็นฐานโจมตีอิหร่าน


ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่ว่า อาจขยายปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อโครงสร้างพื้นฐานทั่วอิหร่าน และไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ในการใช้กำลังภาคพื้นดินบริเวณชายฝั่งหรือหมู่เกาะของอิหร่าน ซึ่งล้วนเป็นฐานการผลิตน้ำมันที่สำคัญ ขณะที่แหล่งข่าวในรัฐบาลวอชิงตันกล่าวว่า การโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน มีเป้าหมายเพื่อเปิดทางเลือกทางทหารให้แก่สหรัฐ


อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจยิ่งกระตุ้นให้อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในอ่าวเปอร์เซีย หรือให้กลุ่มพันธมิตรของอิหร่านในเยเมนเพิ่มการโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง ซึ่งจะยิ่งส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานของโลก.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS