เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 69 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) รับคำร้องวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ว่าขัดต่อ รธน. หรือไม่ ว่า เมื่อศาลรับคำร้องแล้ว โดยกระบวนการ สภาก็ต้องชะลอการพิจารณาอนุมัติร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน ออกไป แต่ในเมื่อรัฐบาลก็ประกาศชัดว่า จะเดินหน้าใช้เงินต่อ ซึ่งเข้าใจว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ก็น่าจะมีการอนุมัติการใช้เงินในส่วนแรก อย่างไรก็ตาม คิดว่าสิ่งที่สภาจะทำได้เลยคือการเดินหน้าตรวจสอบการใช้เงิน สิ่งที่เป็นรูปธรรมคือการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ เหมือนกับที่ทำในการตรวจสอบ พ.ร.ก. ในอดีต ว่ามีการใช้เงินตรงไปตรงมา โปร่งใสหรือไม่
นายพริษฐ์ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พรรค ปชน. ได้ยื่นญัตติด่วนเข้าไปแล้ว รอการวินิจฉัยของประธานสภาว่า จะเป็นญัตติด่วนหรือไม่ หากวินิจฉัยว่าเป็นญัตติด่วน เรื่องนี้ก็จะถูกพิจารณาในการประชุมสภาในสัปดาห์หน้า ซึ่งก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประธานสภา จะวินิจฉัยเป็นเรื่องด่วน เหมือนที่วินิจฉัยว่า เรื่องแลนด์บริดจ์เป็นเรื่องด่วน เห็นว่าเรื่องนี้ก็ด่วนไม่น้อยไปกว่าเรื่องแลนด์บริดจ์ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะรัฐบาลเริ่มใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน แล้ว ดังนั้นหากประธานสภาไม่วินิจฉัยว่าด่วน แล้วถ้าเรื่องนี้ไม่เข้าสภาในสัปดาห์หน้านั้น คิดว่าก็ต้องตั้งคำถามจริงๆ จังๆ กับการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภา ว่ามีความเป็นกลางจริงหรือไม่
เมื่อถามว่า นอกจากบรรจุวาระล่าช้าแล้ว สุดท้ายหากไม่มีการตั้ง กมธ.วิสามัญ จะเป็นอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลดำเนินการเอาเงิน 2 ก้อน 200,000 ล้านบาท ที่เป็นเงินสำหรับการช่วยเหลือประชาชน มามัดรวมกับก้อนที่ 2 อีก 200,000 ล้านบาท ที่เป็นโครงการพลังงาน เหมือนกับการพยายามเอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน เพื่อสอดไส้โครงการพลังงาน สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ตรงไปตรงมาในการดำเนินการของรัฐบาล หากประธานสภา หรือ สส.รัฐบาล ใช้วิธีการพยายามสกัดกั้นการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้เงินนั้น ก็จะยิ่งตอกย้ำถึงความไม่ตรงไปตรงมาของรัฐบาลชุดนี้ เรียกว่าเป็นการหนีสภาพลัส หนีสภาแรกคือการยัดไส้โครงการพลังงานเข้ามาใน พ.ร.ก.กู้เงิน กับก้อนเยียวยา เพื่อใช้กลไก พ.ร.ก. ข้ามกระบวนการปกติของสภา หนีสภาเด้งที่สองคือ การไม่เปิดให้มีการตั้ง กมธ.วิสามัญ ก็ยิ่งตอกย้ำข้อกังวลของฝ่ายค้าน.



