ไอออน ยูที อยู่ในพิกัดตัวถังเดียวกับ MG4, โอรา กู้ดแคท (Ora Goodcat) และ BYD ดอลฟิน (Dolphin) ที่ปัจจุบันเป็นเจ้าตลาดของ ตลาดรถไฟฟ้าในบ้านเรา เปิดตัวพร้อมเปิดราคาน่าสนใจ โดยจบงานปิดยอดจองสูงถึง 4,568 คัน ปาดหน้ารถอีวีรุ่นเล็กยอดนิยมอย่าง บีวายดี ดอลฟิล ที่มียอดจอง 4,014 คัน

โดยว่ากันตามพิกัดสัดส่วนแล้ว  UT ถือว่าใหญ่ที่สุดในกลุ่ม เพราะยาวถึง 2,750 มม. ยาวกว่าดอลฟินราว 5 นิ้ว และฐานล้อนั้น ยาวถึง 2750 มม. ยาวกว่าดอลฟิน ถึง 2 นิ้ว! ซึ่งหลังจากที่ได้ลองนั่งแล้ว ก็สามารถยืนยันได้ว่า UT นั้นมีห้องโดยสารที่โอ่โถงมาก ผู้ชายตัวสูง 186 ซม. อย่างตัวของ อ้วนซ่า เองสามารถนั่งเบาะหน้า และหลัง ได้สบายหายห่วง ขาไม่ติดเบาะ หัวไม่ติดเพดาน แถมเบาะยังนุ่มนั่งสบาย งานนี้ต้องยกนิ้วให้เลย

ด้านงานออกแบบก็นับว่า สวยหมดจด ไม่มีที่ติ ทั้งภายนอก และภายใน โดยภายนอกนั้นให้ความรู้สึกที่กลมกล่อม มีความทันสมัย ไม่มีการเล่นอะไรที่ชวนตะขิดตะขวงใจ เป็นรถที่มีหน้าตาสบายตา มองมุมไหนก็รื่นรมย์ ส่วนภายในห้องโดยสารนั้นก็ออกแบบมาได้สวย มีบุคลิกเส้นสายที่ดูแล้วนุ่มนิ่ม น่าสัมผัสเหมือนขนมมาร์ชมาลโลว์ (Marshmallow) นิดๆ เรียกว่าออกแบบได้ถูกใจทั้งผู้ชาย และผู้หญิง

ด้านความปลอดภัยนั้น จัดมาให้เต็มรูปแบบ เพราะรถรุ่นนี้เค้าเคลมไว้ว่าผ่านการทดสอบความปลอดภัยระดับ 5 ดาวทีเดียว ส่วนเรื่องของสเปคนั้น มีด้วยกัน 2 รุ่นย่อย คือรุ่นมาตรฐาน (Standard) และรุ่น พรีเมี่ยม (Premium) โดยทางค่ายไอออน ตัดสินใจเปิดตัวด้วยรถรุ่นมาตรฐานก่อน ส่วนรุ่นพรีเมี่ยมจะตามมาในภายหลัง

โดยรุ่นมาตรฐานนั้นจะมาด้วยแบตเตอรี่ LFP ขนาดความจุ 50 กิโลวัตต์ชั่วโมง กับมอเตอร์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนล้อหน้าที่ให้กำลัง 134 แรงม้า กับแรงบิด 145 นิวตันเมตร ซึ่งจากสเปคนี้จะเห็นได้ชัดว่า ขี่ เจ้าโลมา BYD ดอลฟินอยู่เล็กน้อย เพราะแม้จะมีแบตเตอรี่ความจุพอๆกันคือ 50 กิโลวัตต์ชั่วโมง แต่แรงม้านั้นสูงกว่ามาก คือ UT มี 134 แรงม้า ส่วน BYD มี 95 แรงม้า แต่ในส่วนของแรงบิดออกจะเสียเปรียบอยู่ เพราะ UT มี 145 นิวตันเมตร แต่ BYD มี 180 นิวตันเมตร

ส่วนรุ่นพรีเมี่ยม ที่จะเปิดตัวภายหลังนั้น จะใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาดความจุ 60 กิโลวัตต์ชั่วโมง กับมอเตอร์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนล้อหน้าที่ให้กำลัง 201 แรงม้า กับแรงบิด 210 นิวตันเมตร  ซึ่งจากสเปคนี้จะก็จะเสียเปรียบเจ้าโลมา BYD ดอลฟิน รุ่น ยืดระยะทางวิ่ง ( Extended Range) อยู่พอสมควร เพราะแม้จะมีแบตเตอรี่ความจุพอๆกันคือ 60 กิโลวัตต์ชั่วโมง แต่แรงม้านั้นน้อยกว่า BYD นิดหน่อย คือ UT มี 201 แรงม้า ส่วน BYD มี 204 แรงม้า แต่ในส่วนของแรงบิดออกจะเสียเปรียบมากอยู่ เพราะ UT มี 210 นิวตันเมตร แต่ BYD มีมากถึง 310 นิวตันเมตร เรียกว่าเจ้าโลมา ดุดันกว่าพอตัว

แต่ที่บอกว่าเตะตา ก็คือ พวกเขาตัดสินใจเปิดราคาพิเศษเฉพาะในงานมอเตอร์โชว์นี้ ที่ 4.9 แสนเท่านั้น! (ก่อนที่หลังจากนี้จะขายที่ 5.1 แสนบาท) เรียกว่า กะจะสอยปลายคางเจ้าโลมาเข้าอย่างจัง เพราะหน้าตาโหงวเฮ้ง ทั้งภายนอกภายใน รวมถึงสมรรถนะ ไม่มีอะไรด้อยกว่ากัน แต่กลับทำราคาเปิดตัวต่ำกว่า เจ้าโลมา รุ่นมาตรฐานที่ราคา 569,900 บาท เกือบ 8 หมื่นบาท! เรียกว่าราคา 4.9 แสน (เฉพาะในงานนี้) ทำเอาคนที่กำลังจะ ถอยเจ้าโลมา ต้องมีเขว แถมยังไปชิ้งกระทบคนที่เล็งจะซื้อรถรุ่นจิ๋วอย่าง เนต้า วี-ทู (Neta V-II) ที่ราคา 4.29 แสน ต้องชะงัก!

แต่งานนี้ทาง “เรเว่” ตัวแทนจำหน่ายของ BYD ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะสวนกลับทันที ด้วยราคาพิเศษ ในงานมอเตอร์โชว์ กับราคาเริ่มต้น 4.999 แสนบาท เรียกว่าในงานใครมองหารถไฟฟ้าสำหรับใช้งานในเมืองเป็นหลัก ที่แม้จะมีขนาดตัวกระทัดรัด แต่ก็โอ่โถงนั่งสบาย แถมราคาเป็นมิตร ให้มาลองชมของจริง เทียบกันทั้งสองรุ่นในงานมอเตอร์โชว์ได้เลย รับรองว่า ไม่ว่าคันไหนคุณก็จะไม่ผิดหวังขอรับ!