ผ่านไปแต่ละวันด้วยความหวัง สลับสิ้นหวัง ล่วงเข้าวันที่ 11 หลังเหตุแผ่นดินไหว กับการค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ เขตจตุจักร กทม. ที่พังถล่มเป็นชั้นเค้ก กลายเป็นโจทย์ยากกับการช่วยผู้ที่ยังติดค้างมาจนถึงวันจันทร์ที่ 11 เม.ย. 68
“ทีมข่าวอาชญากรรม” ย้อนรอยตลอดช่วงเวลายากลำบาก และความพยายามระดมสรรพกำลังทั้งในและต่างประเทศ หวังมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นจริง

48 ชม. Golden Hour
- 28 มี.ค. เวลาประมาณ 13.30 น. หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวในกทม. โลกออนไลน์ปรากฏภาพอาคารขนาดใหญ่ถล่มลักษณะดิ่งซ้อนทับอย่างรวดเร็ว ทุกความช่วยเหลือส่งตรงจุดเสียหายใหญ่ เพราะเป็นอาคารเดียวในประเทศที่ถล่ม “แพทองธาร ชินวัตร” นายกฯ รุดลงพื้นที่ มีเพียงคนงานส่วนน้อยหนีทัน ไม่กี่รายที่พบศพ และส่วนใหญ่ติดค้าง
- 29 มี.ค. U.S.Army สังเกตการณ์ภารกิจ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ เริ่มทยอยกู้ร่างที่พบและเร่งค้นหาผู้สูญหาย ท่ามกลางญาติที่เฝ้าติดตามใกล้ชิด เพื่อให้ทันกับ Golden Hour หรือ 48 ชม.แห่งความหวัง
- 30 มี.ค. นานาชาติส่งทีมและเครื่องมือสนับสนุน ทีมสุนัขตำรวจ K9 ทยอยเข้าพื้นที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ส่งหุ่นยนต์กู้ภัย iRAP Robot สแกนโครงสร้างประเมินความปลอดภัย ด้าน “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯกทม. บอกไม่หมดหวัง ทำเต็มที่ เชื่อว่ายัง “มีโอกาส” เจอผู้รอดชีวิต

ทุกอย่างยังมีความหวัง
- 31 มี.ค. ผ่าน 72 ชม. ทีมกู้ภัย USAR นำกระเช้าสำรวจยอดซากอาคาร หลังมีรายงานพบสัญญาณชีพ ปฏิบัติการยังไม่ใช้เครื่องจักรใหญ่เต็มที่ หวั่นกระทบโครงสร้าง-ผู้มีโอกาสรอด “ชัชชาติ” ยืนยันไม่ยกเลิกค้นหา คำแนะนำจากกู้ภัยนานาชาติ “ทุกอย่างยังมีความหวัง”
ยอมรับความยากคือ การถล่มซ้อนทับหลายชั้น การยกชิ้นส่วนไม่ง่าย เหล็กเชื่อมกันหมด การตัดและดึงอาจเสี่ยง ต้องพยายามหาทางเจาะช่วยผู้ติดข้างในก่อน ย้ำให้วางใจปฏิบัติการมีผู้เชี่ยวชาญระดับโลกร่วม อาทิ ทีมกู้ภัยมากประสบการณ์จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวตุรกี ทีมกู้ภัยจากอิสราเอล พร้อมอุปกรณ์เข้าเสริมทัพ - 1 เม.ย. “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ทีมมูลนิธิร่วมกตัญญู แจงปมสแกนพบสัญญาณกว่า 70 คน กระจุกกลางซาก คาดอยู่ชั้น 17-21 เพราะช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาหลังกินข้าว ชั้นดังกล่าวเป็นห้องทำงาน เมื่อกินเสร็จจะนั่งอยู่จุดนี้
ต่อมา “ชัชชาติ” ชี้ต้องเร่งช่วยใต้ซาก ย้ำถึงความหวังมีผู้รอดที่น่าจะอยู่โซน B และ C ส่วนโซน A และ D มีโอกาสน้อยเพราะพื้นปูนทับถมเป็นแพนเค้ก - 2 เม.ย. “นายกฯ” เยี่ยมญาติที่ศูนย์พักคอย ก่อน “ชัชชาติ” ย้ำจุดยืนทำงานโดยไม่มีเดดไลน์ แต่พร้อมปรับแผนและเพิ่มการรื้อถอนด้วยเครื่องจักรหนักควบคู่ไปกับการสำรวจและช่วยเหลือมากขึ้น ขณะดรามาแง่ลบภาพนั่งพัก ไม่ทำเสียกำลังใจ “แค่นึกว่าคนที่อยู่หากมีชีวิตรอด ก็ขอให้อดทนอีกหน่อย”

เสียงตอบรับแผ่วเบา-คำขอโทษ
- 3 เม.ย. ใจ(เริ่ม)ฟู หลัง “ชัชชาติ” แจ้งแต่เช้า เหตุคืนก่อนหน้าเวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ค้นหาเข้าไปที่โพรงก่อนตะโกนเรียกแล้วมีเสียงตอบกลับแผ่วเบาร้อง “ช่วยด้วย” เผยพิกัดน่าจะมีผู้สูญหายมากสุดและยังมีโอกาสรอดชีวิต คือ โซน B และ C ซึ่งเป็นโฟกัสแรกๆ ที่เจอสัญญาณชีพ
- 4 เม.ย. ข้ามวันที่ได้ยินเสียงแห่งความหวัง “ชัชชาติ” กล่าวขอโทษหลังไม่สามารถเจาะโพรงเข้าไปหาจุดที่คาดว่าเป็นต้นเสียง เหตุเจาะแล้วไม่มีทางไปต่อ ก่อนประกาศปรับแผนใช้เครื่องจักรหนักเข้าเต็มพื้นที่
เย็นวันเดียวกัน ทีมกู้ภัยอิสราเอลถอนกำลัง ต้องไปปฏิบัติภารกิจประเทศอื่น แต่ชี้มาถูกทางแล้ว ใช้เครื่องจักรใหญ่ ภายใต้การควบคุมของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อไม่ให้โครงสร้างถล่มซ้ำ - 5 เม.ย. มีลุ้นภารกิจ K9 ซาฮาร่า ส่งสัญญาณจุดรอยต่อโซน A และ D เป็นข้อบ่งชี้มีผู้ติดค้าง ทีมกู้ภัยแคนาดา พร้อมสุนัข K9 เข้าร่วมภารกิจเพิ่ม ก่อนช่วงเย็นแจ้งคืบหน้าการเร่งเจาะทะลุโซน C ที่เชื่อเป็นจุดที่คนจะวิ่งหนีออกมา สุดท้ายกลางดึกนำร่างผู้เสียชีวิตโซน B ออกมาได้เพิ่ม
- 6 เม.ย. “ชัชชาติ” แจงพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่ม ส่วนสัญญาณชีพและการขอความช่วยเหลือไม่พบ ขณะภาพรวมคืบหน้าการกู้ภัยได้ใช้เครื่องจักรหนักรื้อถอน ใช้เจ้าหน้าที่ โดรน และ สุนัข K9 ค้นหาผู้ประสบภัยผู้สูญหาย
ไฮไลต์วันนี้มีกลุ่มผู้รับเหมารวมตัวเรียกร้อง หลังไม่ได้รับค่าแรงจากงานก่อสร้างอาคารสตง. เสียหายกว่า 10 ล้านบาท คล้อยหลังมีคลิปว่อนโซเชียลเคยบุกทวงเงินหน้าไซต์งานตั้งแต่เดือน ก.พ. 68 - 7 เม.ย. “ชัชชาติ” เผยแนวโน้มปรับแผน-ถอนกำลังบางส่วน รับภารกิจขณะนี้อยู่ระหว่างค้นหาผู้สูญหายมากกว่าผู้รอดชีวิต ท่ามกลางครอบครัวที่ยังรอคอยคนที่รัก.



