เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 7 เม.ย. นายเอกวัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษก กทม. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการกู้ภัยอาคาร สตง. ถล่มว่า เจ้าหน้าที่ยังคงใช้เครื่องจักรหนักโกยซาก โดยเมื่อวานนี้สามารถนำรถเครนขนาดใหญ่ขึ้นไปยังโซนบีได้สำเร็จ

หัวใจสำคัญของการปฏิบัติการขณะนี้คือการทยอยนำเศษโครงสร้างจากโซนซี (ยอดอาคาร) และโซนอี (ตรงกลาง) ลงมาด้านล่าง ซึ่งโซนซีเริ่มดำเนินการได้แล้ว ส่วนคืนนี้จะลดระดับความสูงของโซนอีลงมา ขณะที่โซนเอ, ดี, อัลฟ่า และเดลต้า เริ่มปรับฐานให้แคบลง เจ้าหน้าที่ทำงานต่อเนื่องตลอดคืน โดยเน้นค้นหาในโซนบีและดี ซึ่งเชื่อว่ามีร่างผู้เสียชีวิตอยู่ภายใน

โฆษก กทม. กล่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา พบชิ้นส่วนบุคคลประมาณ 4-5 ส่วน และได้ส่งไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ยอดผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 17 ราย เนื่องจากยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ ซึ่งหลังชันสูตรจะมีการแจ้งยอดที่ชัดเจนอีกครั้ง

ส่วนกรณีฝนตกนั้น โฆษก กทม. มองว่าเป็นประโยชน์ในการลดฝุ่นหนาแน่น และช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นรายละเอียดต่างๆ เช่น สีเสื้อของผู้ประสบภัยได้ชัดเจนขึ้น

สำหรับการปรับแผนการกู้ภัยนั้น สามารถทำได้ แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่เน้นการรักษาศพที่อยู่ภายในซากไม่ให้เสียหาย โดยใช้วิธีเจาะและทยอยคีบโครงสร้างลงมา หากพบร่างจะส่งสัญญาณให้ทีมกู้ภัยนำร่างออกมา ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก

ในส่วนของมาตรการเยียวยา วันนี้เป็นวันแรกที่ตำรวจเข้ามาประจำในพื้นที่ 50 เขตของกรุงเทพฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ต้องการขอเยียวยาสามารถแจ้งความและยื่นเรื่องได้ที่สำนักงานเขตจุดเดียว โดยเขตจตุจักรมีผู้ร้องเรียนมากที่สุดถึง 4,000 เคส ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากอาคารมีรอยร้าว ซึ่งประชาชนสามารถมายื่นเรื่องได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (8 เม.ย.) เวลา 08.00 – 16.00 น. โดยมีกำหนด 30 วัน จนถึงวันที่ 27 เมษายน 2568