“กาสิโนในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ดูเหมือนจะกลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าขึ้นเรื่อยๆ ลามไปถึงเสถียรภาพรัฐบาล ซึ่งอันดับแรกต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลว่า “กาสิโนเป็นแค่ 10% ในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” และไม่ได้หมายถึงว่า เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ทุกแห่งจะมีกาสิโน ซึ่งขณะนี้ กฎหมายเกี่ยวกับเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ถูกเลื่อนออกไปก่อนเพื่อใช้เวลาช่วงปิดสมัยประชุมสภารับฟังความเห็น
การประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 8 เม.ย. มีการแต่งตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร 35 คนโดยมีสัดส่วนบุคคลภายนอก 12 คน ได้แก่ นางสาวกัญญารัตน์ โคตรภูเขียว นายแก้วสรร อติโพธิ นายคำนูณ สิทธิสมาน นายจรัญ ภักดีธนากุล นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ พล.ท.บุญชัย เกษตรตระการ นายภูมิรักษ์ ธีรัชกิจไพศาล นายวุฒิสาร ตันไชย นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม นายแสนศักดิ์ ศิริพานิช ทั้งนี้วางกรอบศึกษา 180 วัน
ดูๆ ชื่อก็มี “ขาประจำ” ของ “อดีตนายกฯ แม้ว” ทักษิณ ชินวัตร หลายคนอยู่
ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) “นายกฯ อิ๊งค์” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า นายกฯ อิ๊งค์ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ต้องขายของเดิมของเราก่อนให้เต็มพลัง เอาตัวเลขของนักท่องเที่ยวกลับมาเพื่อบูท (เพิ่มพลัง) ทุกภาคส่วนด้วยสิ่งที่เรามีให้เข้มแข็ง ขอให้ทุกท่านนอนให้เต็มที่ เมื่อเข้าสงกรานต์แล้ว งานจะหนักนิดหนึ่งให้กำลังใจทุกท่าน
“เราถูกบิดเบือนในคำพูดว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์คือกาสิโน จริงๆ มันแค่ว่ากาสิโนถูกกฎหมายถ้าอยู่ในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่ได้แปลว่าประเทศไทยเปิดบ่อนที่ไหนถูกกฎหมายทั้งหมด และในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ก็มีกาสิโน แค่ 10% ของพื้นที่ นโยบายนี้อยู่ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา หวังเป็นอย่างยิ่งเราจะได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ เกิดการจ้างงาน การซื้อขาย ได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจก้อนใหญ่ อยากให้หัวหน้าหน่วยราชการทุกท่านช่วยกันสื่อสารว่าเราไม่ได้เปลี่ยนประเทศให้เป็นประเทศกาสิโน การพนันไม่ถูกกฎหมาย”
จากนั้น นายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า เสียดายโอกาสของประเทศที่จะได้ไปต่อเพราะมันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เกมการเมืองก็เรื่องหนึ่งแต่เราต้องมาโฟกัสเรื่องการทำงาน คิดว่าช่วงปิดสมัยประชุมสภา 2 เดือนน่าจะเพียงพอในการทำความเข้าใจ ยังไม่ต้องทำประชามติ กฎหมายทันในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ก็รอดูกระบวนการ
“ตั้งแต่มาเป็นนายกฯ 7 เดือน เราพลาดงานใหญ่ไปเยอะเพราะไม่มีสถานที่รองรับที่ใหญ่พอ เช่น คอนเสิร์ต การสร้างสถานที่จัดคอนเสิร์ต พันล้าน หมื่นล้านบาท ขายตั๋วเมื่อไรจะคืนทุน เงินกาสิโนจะช่วยเรื่องการหมุนเงิน อย่างโรงแรมกว่าจะคืนทุนก็ 5-7 ปี แต่เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์สร้างใหญ่ขนาดนั้น เงินคืนทุนไม่ทันแน่นอน เชื่อว่าเกมการเมืองมาจากทุกที่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะคิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติก่อนเกมการเมือง”
กระแสค้านกาสิโนมีมาเรื่อยๆ ตลอดทั้งวันและทุกภาค ในหลายจังหวัดใช้สัญลักษณ์เสื้อขาว อาทิ กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และแนวร่วมได้แก่ คณะหลอมรวมประชาชน ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และกองทัพธรรม นำโดย นายพิชิต ชัยมงคล แกนนำคปท. และ นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากร และผู้ก่อตั้งคณะหลอมรวมประชาชน นายนิติธร ล้ำเหลือ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี เป็นต้น ได้นัดรวมตัวกันที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเดินเท้ามายังอาคารรัฐสภา เพื่อรวมพลังหยุดร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร
และในหลายจังหวัดอย่างเชียงใหม่ อุดรธานี พิษณุโลก ขอนแก่น ก็มีม็อบชุดขาวต้านกาสิโนเช่นกัน ที่รัฐสภา สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย นำโดยบิชอปชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ เลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ….
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาผลกระทบและมาตรการรับมือจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา “เลขาฯ นก” ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย อภิปรายตอนหนึ่งว่า “ด้วยความจริงใจ ผมขอประกาศในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า ผมนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ลูกชายคนโตของนายเนวิน และนางกรุณา ชิดชอบ จะไม่มีวันเห็นด้วยกับกาสิโน และไม่ใช่แค่ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่ทุกๆ พ.ร.บ.หลังจากนี้ แม้กระทั่ง พ.ร.บ.ของพรรคภูมิใจไทย ที่เราคิดขึ้นมาแล้วนำเสนอเพื่อประโยชน์ของประเทศไทย อย่างนโยบายบ้านเกิดเมืองนอน ผมก็จะไม่พิจารณา เพราะมันมีเรื่องที่เร่งด่วนกว่าอย่างมหาศาล”
ร้อนถึงนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาดึงสติว่า เรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นนโยบายรัฐบาลและแถลงต่อรัฐสภา ก่อนที่จะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลายก็ไปร่วมประชุมกันตกลงว่าจะทำอย่างไร จะแก้รัฐธรรมนูญ จะทำสถานบันเทิงครบวงจร จึงไม่ใช่เรื่องพรรคใดพรรคหนึ่งมาทำโดยพลการ ถ้ารัฐบาลไม่ทำตามนโยบายก็ถูกว่าอีกว่าไม่ทำตามนโยบายที่แถลงไว้ พอสถานการณ์เป็นอย่างนี้แล้วใครจะพูดอย่างไรก็สุดแล้วแต่ แต่รัฐบาลต้องมีความชอบธรรมที่จะพูดว่าสิ่งที่ทำคือนโยบาย หากจะให้ทำประชามติก็ต้องเสนอ ครม. เพราะมันต้องใช้เงินงบประมาณ 3,000 ล้านบาท
ที่สำนักงาน กกต. คณะ สว.สำรอง จำนวน 30 คน นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว เข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกฉบับที่ 9 และ 10 ถึงนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. และกรรมการ กกต.คนอื่น เพื่อขอทราบผลการดำเนินการทางวินิจฉัยกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมทั้งการทบทวนคำวินิจฉัยที่ไม่เอาโทษนายแสวง กรณีที่มีผู้มาแจ้งเกี่ยวกับการลักลอบนำโพยจัดตั้งเข้าไปในที่เลือกตั้ง สว. เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2567 แต่นายแสวงไม่ได้จัดการป้องกันแก้ไข ขอให้เร่งรัดขอให้มีการเปิดหีบบัตรลงคะแนนในรอบประเทศ เพื่อตรวจสอบว่ามีการลงคะแนนสอดคล้องกับโพยจัดตั้งอย่างไร จึงได้มีการร้องขอมายัง กกต.โดยตลอด แต่ไม่เคยมีการตอบจาก กกต.
นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล กล่าวว่า ประธาน กกต. ก็ใกล้เกษียณ อย่าทำตัวเหนือปัญหา ได้ข่าวมาว่า ถ้า กกต.ชุดนี้ไม่ทำงานเรื่องนี้ให้สุจริตเที่ยงธรรม กกต.ชุดใหม่ที่เข้ามา เขาจองกฐินท่านไว้แล้ว ไม่ใช่ว่าเกษียณออกมาแล้วจะอยู่เย็นเป็นสุข เพราะยังมีคดีความอีกมากมาย เอกสารทั้งหมดอยู่ในหีบ อยู่ในกล้องซีซีทีวี อย่าไปเผาทิ้ง มีข่าวว่า คนที่อยู่ข้างใน กกต.รับเงินเดือน 2 ทาง ไม่ว่าจะเป็นบัญชีม้าหรือเป็นตำแหน่งที่ปรึกษา ได้เงินที่ปรึกษา สว.โอนเข้าบัญชีนักการเมืองที่อยู่สีหนึ่ง ส่งไปที่บ่อน และนำกลับมาเป็นเงินให้ กกต. อีกทางหรืออย่างไรต้องไปพิสูจน์
พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว กล่าวว่า ถ้าศาลสั่งให้การเลือก สว.เป็นโมฆะก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่มี สว.ที่เข้ามาโดยสุจริต เขาก็ยังคงเป็นอยู่ ถ้ากลุ่มหนึ่งโดนลงโทษตามความผิด แต่ตามกฎหมายก็ยังมีลำดับสำรองอยู่ 99 คน ก็เลื่อนขึ้นไป ซึ่งหากเกิน 100 คน ก็ยังสามารถทำงานได้จนกระทั่งหมดวาระ เราเชื่อว่าจะไม่เป็นโมฆะ
ปิดท้ายด้วยเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 5 ต่อ 3 รับคำร้องที่นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.เป็นผู้เสนอญัตติ และกรณีที่นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอญัตติให้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของรัฐสภา กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นและจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้กำหนดยื่นภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ.
“ทีมข่าวการเมือง”



