เมื่อมีการยกเลิก MOU44 และวุฒิสภาสนับสนุนให้ยกเลิก MOU43 อีก สันดานกัมพูชาก็จะเล่นบทไทยไม่จริงใจในการเจรจา ซึ่งฝ่ายกระทรวงการต่างประเทศก็พยายามตอบโต้ทุกเม็ด แต่ไม่ได้ลดทอนความหน้าทนของอีกฝั่ง
ขณะนี้ เกิดเหตุการณ์ไอโอของกัมพูชา เปิดแนวรบโจมตีไทยเรื่องต่างๆ ตามเพจเฟซบุ๊กสื่อมวลชน ตั้งใจดิสเครดิตไทยอย่างโจ่งแจ้ง โดยเฉพาะในเพจของสำนักข่าวของไทยที่เสนอเป็นภาษาอังกฤษ ล่าสุดคนกัมพูชาดิ้นโจมตีทุเรียนไทยอย่างหนัก ว่า ไม่ปลอดภัย มีการใช้ยาเร่ง เพื่อให้กระทบต่อการส่งออก เพราะทุเรียนกัมพูชาไม่เคยมีชื่อในด้านการส่งออก และมันยังจะโจมตีการท่องเที่ยวไทย ทุรนทุรายจะแย่งการท่องเที่ยว ดึงดูดให้คนมาเกาะรง จ.พระสีหนุ แทน
คนไทยเองก็ช่วยตอบโต้ แต่ก็หวังให้รัฐบาลให้ความสนใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการชี้แจงปัญหาชายแดน ที่กัมพูชามักจะไปโกหกหน้าตายในเวทีโลก นายนพดล อินนา สว.เปิดเผยว่า ประธานวุฒิสภาตั้งคณะทำงานกิจการระหว่างประเทศ คณะกรรมการชุดนี้จะดำเนินการทำนโยบายการทูตรัฐสภาเชิงรุก ซึ่งจะสอดคล้องกับสหภาพรัฐสภาโลก (IPU) จะทำให้เราสามารถชี้แจงต่อสากลได้ในนามวุฒิสภา โดยเฉพาะกรณีของกัมพูชาหากมีข้อมูลที่บิดเบือน
สว.นพดล เปิดแนวรบต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ได้เชิญเอกอัครราชทูตประเทศอาเซียน +3 ( จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ) เข้ารับฟังข้อมูลการพิจารณายกเลิก MOU ทั้ง 2 ฉบับ และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ยืนยันว่า กมธ.วิสามัญของวุฒิสภา ศึกษาจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พบว่า การเจรจาปักปันเขตแดนโดยใช้หนังสือทั้ง 2 ฉบับไม่คืบหน้า ในส่วนภาคพื้นที่ กัมพูชาละเมิดพื้นที่ของไทย โดยใช้ประชาชนชาวกัมพูชาบุกรุกพื้นที่หลายร้อยครั้ง
ประเทศไทยได้มีหนังสือทักท้วงมาตลอด แต่กัมพูชาก็มักจะเพิกเฉย เช่นที่บ้านหนองจาน เป็นดินแดนของไทย แต่เมื่อปี 2522 เกิดสงครามในกัมพูชา ไทยเปิดชายแดนให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ คนกัมพูชาอพยพหนีตาย หนีความอดอยากมานับแสน ต่อมาค่ายแห่งนี้ได้ถูกปิด แต่ก็ยังคงมีชาวกัมพูชาที่ยังไม่ยอมย้ายออกไป และยืดครองพื้นที่บ้านหนองจาน มาจนถึงก่อนเหตุการณ์การปะทะกันเมื่อเดือนก.ค.2568
และยังมีปัญหาที่ช่องอานม้า อุบลราชธานี ไทยผ่อนปรนให้ชาวบ้านกัมพูชาเดินทางเข้ามาในพื้นที่เป็นการชั่วคราวเพื่อทำการค้าและขายสินค้าท้องถิ่น กลายเป็นว่า กลับมีครัวเรือนประมาณ 200 ครัวเรือน ค่อย ๆ เข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างถาวรภายในเขตแดนไทย นี่เป็นเพียง 2 ตัวอย่างจากพื้นที่อย่างน้อย 15 แห่งที่เกิดสถานการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นบนผืนแผ่นดินไทย ที่ยกเลิก MOU 2543 เพราะ ครม.แค่มีมติรับทราบ พ.ศ.2542 ไม่ได้เห็นชอบ จึงไม่ถูกต้องด้วยรัฐธรรมนูญ
การเจรจาผ่าน MOU43 คืบหน้าน้อยมาก กัมพูชายังมีพฤติกรรมที่ละเมิดและไม่รักษาสัญญา รวมทั้งชอบยั่วยุเพื่อให้เกิดเหตุการณ์ที่ฝ่ายกัมพูชาสามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างข่าวปลอมได้ การทำข้อตกลงใด ๆ กับกัมพูชาจึงต้องมีความรอบคอบและรัดกุมมากกว่าการทำข้อตกลงกับประเทศอื่นทั่วไป ( ตรงนี้คือด่าแสบ ) ซึ่ง MOU 2543 เป็นข้อตกลงที่ยังไม่มีความรอบคอบและรัดกุมเพียงพอที่จะรับมือกับพฤติกรรม ดังกล่าวของกัมพูชาได้
สำหรับเหตุผลแห่งการยกเลิก MOU 2544 เพราะเส้นเขตไหล่ทวีป พ.ศ. 2515 ของกัมพูชา เป็นการละเมิดอธิปไตยของไทยอย่างชัดแจ้ง แถมยังเสนอร่างข้อตกลงการประชุม ต่อประธานคณะทำงานร่วมทางเทคนิค ฝ่ายไทย เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2565 ให้แบ่งผลประโยชน์ในทรัพยากรปิโตรเลียมในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในสัดส่วน 50:50 ข้อเสนอดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ากัมพูชาไม่มีเจตนารมณ์ที่จะแก้ไขปัญหา แถมยังมีเจตนารมณ์ที่จะอ้างอธิปไตยเหนือเกาะกูดทั้งหมด
คนไทยอยากให้ฟาดให้พ่อลูกตระกูลฮุนหงายหลัง ก่อนเลือกตั้งในกัมพูชาปี 70 จากนี้ คงต้องรอดูบทบาทของ สว.จริงจัง เพราะรัฐบาลเดินเกมข่าวสารช้า ไม่ถึงใจเลย



