โรคความดันโลหิตสูง เป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของคนไทยจำนวนมาก โดยมักไม่มีอาการแสดงให้เห็น แต่หากปล่อยไว้ไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคไต

ผู้ป่วยชายอายุ 55 ปีรายหนึ่ง รู้สึกเวียนศีรษะ แขนขาด้านขวาอ่อนแรงกะทันหันหลังจากตื่นนอน ญาติๆ รีบพาไปโรงพยาบาล ผลตรวจระบุว่า เขาเป็นโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน เมื่อพยาบาลวัดความดันโลหิตของเขา พบว่าสูงถึง 190/110 มิลลิเมตรปรอท

ผู้ป่วยรายนี้เป็นโรคความดันโลหิตสูงมา 5 ปีแล้ว กินยาลดความดันโลหิตทุกวัน แต่ทำไมถึงมีภาวะความดันโลหิตสูงขึ้นกะทันหัน จนทำให้เป็นโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน

ความดันโลหิตสูงขึ้นกะทันหันจริงๆ หรือ? ความจริงแล้วไม่ใช่..

ผู้ป่วยรายนี้ไม่เพียงแต่กินยาผิดเวลาเท่านั้น แต่ยังวัดความดันโลหิตผิดเวลาด้วย นี่คือสาเหตุที่ทำให้เขาเป็นโรคหลอดเลือดสมองอุดตันหลังจากตื่นนอน ดูเหมือนว่าทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหัน แต่จริงๆ แล้วมันค่อยๆ สะสมมานาน

ผู้ป่วยกินยาลดความดันโลหิตประมาณ 10 โมงเช้าทุกวัน และวัดความดันโลหิตก่อนกินอาหารกลางวัน บางครั้งเขาก็วัดก่อนนอน แต่เขาไม่ได้วัดความดันโลหิตทุกวัน เขาคิดว่าการวัดความดันโลหิตทุกวัน มันยุ่งยากเกินไป ดังนั้นเขาจึงวัดแค่ 2-3 วันต่อสัปดาห์

กินยาลดความดันโลหิตเวลาไหนดี?

ยาลดความดันโลหิตส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เป็นยาออกฤทธิ์ยาว กินครั้งเดียวออกฤทธิ์ 24 ชั่วโมง แต่หลายคนไม่รู้ว่าเวลาที่ดีที่สุดในการกินยาลดความดันโลหิตคือเมื่อไหร่ พวกเขารู้แค่ว่ากินให้ครบ 24 ชั่วโมงก็พอแล้ว เหมือนกับผู้ป่วยรายนี้ที่กินยาลดความดันโลหิตประมาณ 10 โมงเช้าทุกวัน ดูเหมือนว่าจะเป็นกิจวัตรที่ดี แต่จริงๆ แล้วเป็นเวลากินยาที่ไม่ถูกต้อง

เมื่อตื่นนอน ระบบประสาทซิมพาเทติกจะตื่นตัว ความดันโลหิตจะสูงขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจจะเร็วขึ้น และร่างกายจะเข้าสู่ช่วงความดันโลหิตสูงครั้งแรก ดังนั้น “สิ่งแรกที่ควรทำหลังจากตื่นนอน คือการกินยาลดความดันโลหิตทันที” เพื่อควบคุมความดันโลหิต และลดผลกระทบที่ความดันโลหิตสูงมีต่อร่างกาย

ผู้สูงอายุหลายคนมีประสบการณ์ พวกเขาจะเตรียมน้ำดื่มไว้บนโต๊ะข้างเตียงในตอนกลางคืน และเตรียมยาลดความดันโลหิตไว้ด้วย เมื่อพวกเขาตื่นนอนในเช้าวันรุ่งขึ้น สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือการกินยาลดความดันโลหิต

ไม่ว่าคุณจะทำอะไรในตอนเช้า ควรทำช้าๆ จำไว้ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” การทำอะไรเร็วเกินไป อาจทำให้ความดันโลหิตผันผวน และเพิ่มความเสี่ยง

ควรวัดความดันโลหิตเวลาไหนดีที่สุด?

ความดันโลหิตของคนเรามีการเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวัน โดยทั่วไปจะมีช่วงเวลาที่ความดันโลหิตสูงขึ้นเป็นพิเศษ การวัดความดันโลหิตในเวลาที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ได้ค่าที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง และนำไปสู่การประเมินภาวะสุขภาพที่ผิดพลาด

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการวัดความดันโลหิต : ในหนึ่งวัน มีช่วงความดันโลหิตสูง 2 ช่วง
ช่วงแรกคือหลังจากตื่นนอน ช่วงเช้า 06.00-08.00 น.
ช่วงที่ 2 คือช่วงเย็น 16.00-18.00 น.

ความดันโลหิตของมนุษย์ไม่ใช่ค่าคงที่ ความดันโลหิตจะเปลี่ยนแปลงตลอด 24 ชั่วโมง แม้แต่คนปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง หากกลไกการควบคุมร่างกายผิดปกติ ความดันโลหิตจะสูงมากกว่าคนปกติ ดังนั้น ควรวัดความดันโลหิตใน 2 ช่วงเวลาดังกล่าว

หลังจากตื่นนอนร่างกายจะเข้าสู่ช่วงความดันโลหิตสูงครั้งแรก ดังนั้นควรวัดความดันโลหิตในช่วง 2 ชั่วโมงนี้ (06.00-08.00 น.) และวัดอีกครั้งตอนเย็น (16.00-18.00 น.) หากพบว่าความดันโลหิตสูงทั้งสองช่วง แสดงว่าความดันโลหิตมีปัญหา ควรต้องรีบหาสาเหตุว่า เป็นเพราะวิธีการกินยาที่ไม่ถูกต้อง เลือกยาลดความดันโลหิตไม่ถูกต้อง หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • ควรวัดความดันโลหิตอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน ในช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ควรวัดความดันโลหิต หลังจากนั่งพักอย่างน้อย 5 นาที
  • ควรวัดความดันโลหิตในแขนข้างที่ไม่ถนัด หรือข้างที่มีความดันโลหิตสูงกว่า
  • ควรหลีกเลี่ยงการวัดความดันโลหิตหลังออกกำลังกาย ดื่มกาแฟ หรือสูบบุหรี่
  • หากพบว่าความดันโลหิตสูงกว่าปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม

การป้องกันความดันโลหิตสูง

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดปริมาณโซเดียม
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่
  • จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม

การวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอและถูกเวลา เป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคความดันโลหิตสูง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความดันโลหิต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง.

ที่มาและภาพ : sohu, freepik