“การนอนตอนกลางวัน” เป็นเรื่องปกติสำหรับคนไทย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ การงีบหลับสั้นๆ ในวันที่วุ่นวาย ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าในช่วงเช้าเท่านั้น แต่ยังช่วยให้อวัยวะที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสฟื้นฟูพลังงานอีกด้วย

การศึกษาในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก ยืนยันว่า “การพักผ่อนตอนกลางวันที่เหมาะสมสามารถทำให้ความคิดในช่วงบ่ายเฉียบคมขึ้น และประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น” นอกจากนี้ยังสามารถปกป้องสายตา ชะลอความแก่ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคสมองเสื่อม และโรคอื่นๆ เรียกได้ว่ามีผลดีต่ออวัยวะทั่วร่างกาย

อย่างไรก็ตาม การนอนกลางวันที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพหัวใจได้ มีการศึกษาพบว่าการนอนกลางวันที่นานเกินไป หรือบ่อยเกินไปในผู้สูงอายุ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวได้

การวิจัยพบว่าผู้ที่นอนกลางวันเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 45 นาที มีความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลวเพิ่มขึ้นถึง 173% เมื่อเทียบกับผู้ที่นอนกลางวันน้อยกว่า 30 นาที และคนที่นอนกลางวันบ่อย ๆ นาน ๆ (มากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์) มีความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลวมากกว่าคนที่ไม่ค่อยได้นอนกลางวันถึง 220%

การพักผ่อนในระดับปานกลางตอนกลางวัน (น้อยกว่า 30 นาที) เป็นการซ่อมแซมร่างกายในระยะสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่นอนหลับไม่สนิทตอนกลางคืน การงีบหลับง่ายๆ ไม่กี่นาที หรือภายในเวลาครึ่งชั่วโมง สามารถทำให้สมองเข้าสู่สภาวะผ่อนคลาย ปริมาณออกซิเจนที่กล้ามเนื้อหัวใจใช้ก็จะลดลง อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง ภาระของหัวใจก็จะลดลง เซลล์เยื่อบุหลอดเลือดที่เสียหายก็จะได้รับการซ่อมแซมตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม หากนอนนานเกินไป (มากกว่า 30 นาที) ร่างกายจะเข้าใจผิดว่า เข้าสู่การนอนหลับลึกในตอนกลางคืน การทำงานของร่างกายทั้งหมดจะถูกปรับเป็นโหมดกลางคืน จังหวะการเต้นของนาฬิกาชีวภาพจะถูกรบกวน ร่างกายจะเริ่มหลั่งเมลาโทนินจำนวนมาก ทำให้ตื่นนอนได้ยากขึ้น ยิ่งนอนนาน หลังตื่นนอนก็จะยิ่งรู้สึกง่วงมากขึ้น เมื่อถึงเวลานอนในตอนกลางคืน ก็จะทำให้นอนไม่หลับ ส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับในตอนกลางคืน

และการงีบหลับนานเกินไป จะเพิ่มการหลั่งคอร์ติซอล ซึ่งจะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

ทำไมการงีบหลับที่ไม่เหมาะสม จึงเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว?

  • รบกวนจังหวะการเต้นของนาฬิกาชีวภาพ: การงีบหลับนานเกินไป อาจทำให้ร่างกายเข้าใจผิดว่าเข้าสู่การนอนหลับลึกในเวลากลางคืน ส่งผลให้จังหวะการเต้นของนาฬิกาชีวภาพรวน และส่งผลเสียต่อการทำงานของหัวใจ
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด: การงีบหลับนานเกินไป อาจเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด: การนอนหลับลึกทำให้การไหลเวียนของเลือดช้าลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อกลุ่มอาการเมตาบอลิซึม: การงีบหลับนานเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และโรคอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของภาวะหัวใจล้มเหลว

คำแนะนำในการงีบหลับอย่างปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ

  • เวลางีบหลับที่เหมาะสม: งีบหลับไม่เกิน 30 นาที และไม่ควรงีบหลับหลังเวลา 15.00 น.
  • ความถี่ในการงีบหลับ: งีบหลับ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
  • สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม: งีบหลับในห้องที่เงียบสงบ อุณหภูมิพอเหมาะ และมีแสงสลัว
  • สังเกตอาการผิดปกติ: หากมีอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือใจสั่นขณะงีบหลับ ควรปรึกษาแพทย์ทันที
  • หลีกเลี่ยงการงีบหลับทันทีหลังอาหาร: ควรรอให้อาหารย่อยก่อนงีบหลับ
  • ค่อยๆ ลุกจากที่นอน: หลังตื่นนอน ค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ เพื่อป้องกันอาการหน้ามืด

ผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับในเวลากลางคืน ผู้ที่เพิ่งผ่าตัดหัวใจ หรือผู้ที่มีภาวะเลือดข้น อาจต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการงีบหลับตอนกลางวัน

การนอนกลางวันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพหัวใจ แต่อย่านอนนานเกินไป และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การจัดการความเครียด เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้หัวใจแข็งแรง.

ที่มาและภาพ : sohu, freepik