เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (ACT) กล่าวภายหลังการประชุมหารือร่วมกับคณะทำงาน Zero corruption: กรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และเพื่อนไม่ทน ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ว่า วันนี้ได้มีข้อคิดเห็น และข้อเสนอต่อรัฐบาลใน 3 ประเด็นหลัก โดยเฉพาะปัญหาคอร์รัปชัน ภาคเอกชนพร้อมให้การสนับสนุน และให้ความร่วมมือกับภาครัฐ โดยทุกข้อเสนอนายปกรณ์ให้การตอบรับทั้งหมด และจะนำไปเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในช่วงเย็นวันนี้ แต่ขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียด ขอให้เป็นประเด็นที่พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีก่อน 

นอกจากนี้ ยังมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่คณะทำงาน กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคประชาชนว่า หน่วยงานภาครัฐใดบ้างที่เรียกรับสินบนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเปิดเผยไปแล้วทั้งหมด 26 หน่วยงาน และจัดอันดับให้เห็น 10 อันดับแรกที่เรียกรับสินบนบ่อย และ 10 อันดับแรกที่เรียกรับจำนวนสินบนสูง ซึ่งได้ชี้แจงให้ทราบว่าที่ผ่านมาทุกหน่วยงานของรัฐที่ภาคเอกชน และประชาชนต้องไปขอใช้บริการ หรือมีอำนาจอนุญาต อนุมัติต่างๆ จะมีเรียกรับสินบนทั้งสิ้น มากน้อยรุนแรงแตกต่างกัน

การสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าอะไรหนัก อะไรมากที่สุด ซึ่งสิ่งที่อยากเห็นไม่ได้หวังว่าจะเกิดการนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการต่อว่า บั่นทอน หรือ ตำหนิ หน่วยงานเหล่านั้น แต่หวังว่าทุกหน่วยงานจะยอมรับความจริง แล้วนำไปดำเนินการแก้ไข และจากนี้ไปได้รณรงค์ให้ภาคเอกชน และภาคประชาชน หากเจอคอร์รัปชันการเรียกรับสินบนที่ไหน ขอให้ช่วยกันร้องเรียน อย่ายอมทนอยู่แบบนี้ เพราะเป็นต้นทุนการทำธุรกิจ 

ทั้งนี้ จากข้อมูลการสำรวจจะเห็นว่าบริษัทต่างๆ ต้องจ่ายสินบน ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมาก ประมาณ 48% ของภาคเอกชนที่ไปติดต่อหน่วยงานแล้วจะต้องจ่ายสินบน ซึ่งเป็นต้นทุนที่ทำให้ประเทศไทยเสียศักยภาพในการแข่งขัน และทำให้เสียชื่อเสียง สิ่งเหล่านี้คนไทยรู้ นักธุรกิจรู้ และคนต่างชาติที่มาลงทุนในประเทศไทยก็รู้ ซึ่งเขาไม่ชอบ และนี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คะแนนของประเทศไทยตกต่ำ 

เมื่อถามว่า ผลสำรวจของ กกร. ได้สำรวจหรือไม่ว่าการเรียกสินบนมาจากนักการเมือง หรือราชการ นายมานะ กล่าวว่า ผลสำรวจไม่ได้เจาะจง แต่ระบุชื่อหน่วยงาน และไม่ได้ระบุว่าเป็นนักการเมือง หรือราชการ แต่ในทางปฏิบัติราชการทุกระดับจำนวนมากจะทำสิ่งเหล่านี้ต่อ ซึ่งเราไม่อยากได้ยินใครมาอธิบายว่า เป็นปัญหาของตัวบุคคล เพราะพฤติกรรมเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เกิดมาต่อเนื่องยาวนาน เป็นปัญหาเชิงระบบ เป็นปัญหาวัฒนธรรมในการทำงานของหน่วยงานในระบบราชการ ไม่ใช่ปัญหาตัวบุคคล ขออย่าพูดแบบนั้น เพราะเป็นการตัดปัญหาออกไปแล้วจะไม่เกิดการแก้ไขได้เลย