เมื่อเวลา 13.48 น. วันที่ 13 พ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางมายังบ้านเลขที่ 39/15 หมู่ 7 บ้านโฉลกหลำ ตำบลเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท เทเลอร์ วิลล่า จำกัด โดยได้มีการล้อมวงพูดคุยกับรัฐมนตรีที่ร่วมคณะและเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่ดูแลในพื้นที่เกาะพะงัน ที่บริเวณด้านหน้าพูลวิลล่าที่มีการก่อสร้างผิดกฎหมาย โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) รายงานเรื่องการก่อตั้งพูลวิลล่า ซึ่งก่อสร้างผิดกฎหมาย และมีชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ ตามนโยบายปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน
ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า ขอให้พิสูจน์ว่าผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติหรือไม่ เพราะถ้าถือหุ้น ถือว่าผิดหลักต่างชาติมาซื้อที่ดินในไทย แต่พฤติกรรมที่กระทำผิด ตัวเองทราบดีว่าไม่มีสิทธิถือครองที่ดิน แต่ใช้ลักษณะนอมินีมาอ้างมาซื้อที่ดินหลอกลวงให้คนทั่วไปเข้าใจว่านี่คือบริษัทไทย และขอให้ตรวจสอบเส้นทางเงินของบริษัทดังกล่าวด้วย
จากนั้นเวลา 14.09 น. นายกฯ ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการปลดล็อกให้ชาวต่างชาติลงทุนใน 8 ธุรกิจ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค. เพิ่งแต่งตั้ง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากพรรคร่วมรัฐบาล อยากให้ได้ทำงานเร็วๆ จึงให้ไปแถลงเรื่องนี้ ซึ่งตนก็ได้ตำหนิโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้วว่า ความจริงแล้วเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละพรรคมีกระทรวงของเขาดูอยู่แล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทย ก็มีทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน เป็นต้น ตนต้องขออภัยในเรื่องความผิดพลาด ในการจัดให้รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปแถลงข่าวเรื่องที่สำคัญ ต้องขออภัยจริงๆ
เมื่อถามว่า มติดังกล่าวไม่ใช่การเปิดเสรีให้เข้ามาทำธุรกิจใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นการลดขั้นตอน ตามนโยบายลดความซ้ำซ้อน เช่น หากเป็นคนต่างชาติจะขอประกอบธุรกิจในไทย จะต้องขออนุญาตที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องไปขอซ้ำที่กระทรวงพาณิชย์อีก ซึ่งเป็นดำริของ รมว.พาณิชย์ เพราะมันซ้ำซ้อน กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่จดทะเบียนการค้าให้ ส่วนใบอนุญาตจะไปทำธุรกิจต่างๆ หน่วยงานที่เป็นเจ้าพนักงานที่อนุญาตก็ไปดำเนินการได้เลย แต่เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคงแถลงสั้นและสรุปข่าวว่าคนต่างชาติมาประกอบธุรกิจที่เมืองไทย ไม่ต้องขอใบอนุญาต อันนี้ไม่ใช่ ต้องขออนุญาต ยืนยันว่าไม่ใช่เลย เพราะต้องไปขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่อนุญาตให้อนุญาต
เมื่อถามต่อว่าเรื่องนอมินีเกาะพะงันได้มีการกำชับหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ลงพื้นที่มาดูเรื่องนอมินี ที่สำคัญคืออย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องของที่ดินว่ารุกล้ำหรือไม่ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมที่ดิน จะไปจัดการตรงนั้นเองวันนี้ เรามาดูเรื่องของการเปิดบริษัทแล้วเอามาขาย ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้มีการเปิดหลายบริษัทไขว้กันไปไขว้กันมา ทำให้บริษัทนั้นดูเหมือนว่ายังมีสัญชาติไทย แต่ความจริงการครอบครองกำหนดทิศทางของบริษัทนั้น มันเป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ถือว่าผิดเจตนารมณ์กฎหมายเมืองไทย
“ใครก็ตามที่จะครอบครองที่ดิน บริษัทคนไทยยังต้องมี 51 เปอร์เซ็นต์ แต่นี่เป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเสมือนบริษัทคงอยู่ แต่คนที่คอนโทรลความเป็นไทยค่อยๆ ละลายไป พูดง่ายๆ เอาฝรั่งใส่วิกดำใส่หัวดำ แต่สุดท้ายยังไงฝรั่งก็ยังเป็นคนกำหนด คนต่างชาติเป็นคนกำหนด เราก็ต้องมาแก้ไขตรงนี้” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่ามีการมอบนโยบายและแนวทางเบื้องต้นหรือไม่ เพราะมีเรื่องของทนายความเข้าไปแนะนำ นายกฯ กล่าวว่า บริษัทมีที่ปรึกษา บริษัทกฎหมาย บริษัทในการทำบัญชี ในการทำงานต่างๆ มีผู้ก่อตั้ง 7 คน ต้องเป็นคนไทย ต้องใช้ทุนเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าทำแบบนี้ กระทรวงพาณิชย์ก็เปิดให้หมด แต่ถ้ามาในกรณีเจตนารมณ์แบบนี้ ตรงนี้มันปรับบริษัทมาหลายอัน คนๆ หนึ่งถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัทเก่า 200 กว่าบริษัท คือการเอาบริษัทมาขายบริการ เอาเปลือกมาขาย เพื่อให้คนต่างชาติไปประกอบธุรกิจ ซึ่งมันผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายใหญ่ ฉะนั้นเชื่อว่าจะดำเนินคดีได้ และเพิ่งมาดูประเด็น 1 ในสายงานของตำรวจ คือเขาต้องไปดูที่มาของเงินว่าเอาเงินเข้ามาให้ฟอก กลายเป็นที่ดินที่เขาสามารถถือครองและมีสิทธิจ้างไปทำอะไรก็ได้ทำตามใจต่างชาติ แบบนี้เราก็ต้องนั่งบล็อกไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯ ได้เดินลงมาพบปะประชาชนที่มายืนรอ พร้อมมอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่ ก่อนที่จะเดินมาดูบริเวณชายหาด และกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันรักษาชายหาดและน้ำให้ใสสะอาด อย่าทำน้ำขุ่น ต้องช่วยกันรักษา ก่อนจะพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านได้ชวนนายกฯ มาตกหมึก ซึ่งนายกฯ ตอบว่า วันนี้ไปไม่ได้ เดี๋ยวต้องเดินทางไปที่ จ.ภูเก็ต ต่อ ก่อนชาวบ้านบอกอีกว่าปลาหมึกที่นี่อร่อยไม่เค็ม นายกฯ จึงตอบกลับเป็นภาษาใต้ว่า “หรอยแรงๆ”
โดยมีช่วงหนึ่ง นายกฯ ถามชาวบ้านว่า ปลาที่นี่มีเยอะหรือไม่ และถามชาวบ้านอีกว่ารู้ไหมว่าในทะเลมีปลาอะไร ซึ่งชาวบ้านตอบว่า ปลาหมึก ปลาทู แต่นายกฯ ตอบว่า ปลาอินทรี



