กลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ “มหากาพย์เขากระโดง บุรีรัมย์” ที่หลายฝ่ายจับตากระบวนการตรวจสอบคดีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ภายหลังจากเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส“ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย บุกไปหน้าบ้านตระกูลชิดชอบ ที่จ.บุรีรัมย์ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการตรวจสอบที่ดินเขากระโดง พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกล่าวหา ”เนวิน-กรุณา ชิดชอบ“ และบุคคลอื่นที่บุกรุกครอบครองที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)บริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์
ประเมินกันแล้วว่า “มหากาพย์เขากระโดง” ยืดเยื้อกินเวลาไปอีกหลายปีกว่าจะได้ข้อยุติ เพราะ เมื่อกรมที่ดินไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิตามที่การรถไฟฯ แจ้งเรื่องไปให้ปฏิบัติ ทำให้ รฟท.ต้องหาทางออกด้วยการ “ฟ้องขับไล่และขอเพิกถอนโฉนดเป็นรายแปลง” เพื่อให้ศาลสั่งรังวัดและพิพากษาชี้ขาดเป็นรายกรณีไป กระแสสังคมและฝ่ายค้าน ยกประเด็นดังกล่าวรุมกระหน่ำ “รัฐบาลสีน้ำเงิน” เข้ามาทุกทิศทาง โดยความเคลื่อนไหวจากฝั่ง “สีน้ำเงิน” และระดับแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังถูกรุมกระหน่ำในเวลานี้เริ่มออกอาการบ้างแล้ว ทั้งที่เพิ่งเข้าสู่อำนาจได้ไม่นาน
แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส”โพสต์ทวงชื่อ สส.พรรคประชาชน 50 ชื่อเพื่อทำศึก “หยุดอนุทิน ทวงคืนเขากระโดง” พร้อมพาดพิงว่าพรรคประชาชนไม่ยอมช่วยเหลืองานส่วนรวม งานนี้ร้อนถึง “ภคมน หนุนอนันต์ “โฆษกพรรคประชาชน ออกโรงตอกกลับเจ็บๆว่า “จุดยืนของพรรคประชาชนไม่นิ่งเฉยตรวจสอบตลอด ยืนยันว่ากรณีฮั้ว สว. และที่ดินเขากระโดง พรรคประชาชนเดินหน้าตรวจสอบอย่างจริงจังมาโดยตลอดทั้งในและนอกสภา ไม่มีการฮั้วหรือจับมือใต้โต๊ะกับใครแน่นอน“
งานนี้ ”ลูกชายครูใหญ่ค่ายสีน้ำเงิน“ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บอกว่าไม่ได้ติดใจที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เดินทางไปหน้าบ้านพักของบิดา “เนวิน ชิดชอบ”ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพราะมั่นใจในเอกสารสิทธิ์ที่มี ไม่ใช่แค่เอกสารสิทธิ์ของครอบครัวตนเอง แต่ยังรวมถึงประชาชนชาวบุรีรัมย์ทุกท่านที่ถูกกล่าวหาด้วย จุดยืนของเรายังเหมือนเดิม ส่วนเรื่องอื่นไม่มีผล
ขณะที่ “กรมที่ดิน”กระทรวงมหาดไทย ออกเอกสารข่าวชี้แจง 3 ประเด็น กรมที่ดินยืนยันว่า การดำเนินการเป็นไปโดยชอบด้วยระเบียบ กฎหมาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
ยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ได้รังวัดจัดทำแผนที่พิพาทและรายงานผลการรังวัดต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และหากศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นประการใดย่อมผูกพันคู่ความที่จะต้องปฏิบัติ ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลต่อไป
ทว่าสถานการณ์ในปัจจุบัน ข้อพิพาทนี้ก็ยังคงมีการเดินหน้าดำเนินคดีและสู้รบกันทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักวิชาการด้านกฎหมายที่ดินมองว่า คดีเขากระโดงมีความซับซ้อน และเต็มไปด้วยความคลุมเครือมากกว่าการตีความคำพิพากษาเพียงฉบับเดียว เนื่องจากเกี่ยวข้องกับประวัติการครอบครองที่ดิน การออกเอกสารสิทธิหลายยุคสมัย รวมถึงสิทธิของประชาชนจำนวนมากที่เข้ามาถือครองและพัฒนาพื้นที่ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสิบปี
คงต้องจับตาดูกระบวนการยุติธรรมจะออกทางออกให้ “มหากาพย์เขากระโดง” อย่างไร เพราะหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือสุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะจบลงอย่างไรและชะตากรรมของชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับการดูแลด้วยวิธีใด แต่อีกมุม “ภาพลักษณ์” ของรัฐบาลสีน้ำเงินเกิดวิกฤต เรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม
จนทำให้ถูกมองว่า รัฐบาลมีภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยดี หากเจอกระแสหนักในเรื่องนี้เมื่อไหร่
เมื่อนั้นรัฐบาลจะอยู่ลำบาก ยิ่งมีต้นทุนเครดิตน้อย รับรองว่าอยู่ลำบากรอดพ้นได้ยากแน่นอน
นีรนุช สอนศิลป์ชัย



