เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 68 นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 68 ได้รับรายงานว่ามีกลุ่มผู้ลักลอบเข้ามาในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์เขาเขียว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จึงพร้อมด้วย นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สั่งการให้เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.11 (คลองเพกา) ออกลาดตะเวนปฏิบัติการค้นหาตลอดทั้งคืน จนพบกลุ่มผู้ลักลอบจำนวนหลายคนกำลังตัดไม้พะยูง จึงวางกำลังดักซุ่มและเข้าจับกุมบริเวณป่าเขาเขียว ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี
จากการปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย ประกอบด้วย นายชัยพร อายุ 25 ปี, นายอภิวัฒน์ อายุ 25 ปี, นายประวิทย์ อายุ 39 ปี, นายวีระศักดิ์ อายุ 44 ปี และนายธีระพงค์ อายุ 31 ปี ทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ ได้ของกลางที่ยึดได้ประกอบด้วยไม้พะยูง 6 ท่อน ปริมาตร 0.315 ลูกบาศก์เมตร พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ได้แก่ มีดพร้า 4 เล่ม หินลับมีด 1 อัน เป้สะพายหลัง 5 ใบ และเชือกสำหรับมัดสัมภาระ 1 เส้น นำตัวมาสอบสวน

นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ เป็นการดำเนินตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งเน้นให้เข้มงวดในการตรวจสอบและปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าและการลักลอบตัดไม้ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตอุทยานแห่งชาติและพื้นที่ป่าอนุรักษ์
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้มีข้อสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานในสังกัด เร่งดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด ไม่มีการละเว้น พร้อมทั้งให้ติดตามเครือข่ายผู้ค้าไม้เถื่อน เพื่อขยายผลการจับกุมให้ครอบคลุมถึงผู้อยู่เบื้องหลัง ทั้งนี้ ไม้พะยูงถือเป็นไม้หวงห้ามและมีมูลค่าสูงในตลาด ทำให้มีการลักลอบตัดและค้าไม้ชนิดนี้อย่างผิดกฎหมายเป็นประจำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างร้ายแรง กลุ่มผู้ลักลอบ อาศัยเข้ามาลักลอบตัดไม้พะยูง ถือเป็นไม้ที่มีราคาสูง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรประจันตคาม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



