เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ ห้องสุทัศน์ ชั้น 2 ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. และ พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. พาดูการทำงานของศูนย์บัญชาการและติดตามสถานการณ์เทศกาลสงกรานต์ กทม. โดยเฉพาะระบบกล้อง AI CCTV รวมถึงมาตรการความปลอดภัยจุดสำคัญ ๆ ของเทศกาลสงกรานต์ในกรุงเทพฯ จากนั้น เดินทางต่อไปยังถนนข้าวสาร สน.ชนะสงคราม เพื่อเก็บภาพกล้อง CCTV และความร่วมมือในการเชื่อมโยงระบบความปลอดภัยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า สำหรับศูนย์บัญชาการและติดตามสถานการณ์เทศกาลสงกรานต์ กทม. จะเป็นการเฝ้าระวังสังเกตการณ์ก่อน เพราะถ้าหากมีเหตุการณ์อะไร เจ้าหน้าที่จะเริ่มปฏิบัติการฉุกเฉินทันท่วงที หรือตอบสนองด่วนได้ นอกจากนี้ ยังย้ำถึงมาตรการความปลอดภัย มั่นใจด้วยมาตรการ 5 ป. คือ ปลอดปืนฉีดน้ำขนาดใหญ่ ปลอดแอลกอฮอล์ ปลอดโป๊ ปลอดแป้ง และประหยัดน้ำ
โดยพื้นที่จัดกิจกรรมทั่วกทม. มีทั้งหมด 196 จุด จุดใหญ่ที่น่าเป็นห่วงมีทั้งหมด 17 จุด แต่มีจุดที่เข้มงวดจริง ๆ เพียง 8 จุด เช่น ถนนข้าวสาร สนามหลวง ลานคนเมือง เพราะมีการเล่นน้ำ คนอาจเยอะ มีความหนาแน่น ส่วนอุทยานเบญจสิริ จะอยู่ในความรับผิดชอบดูแลของเขตคลองเตย

ขณะที่เขตปทุมวัน มี 6 จุด จุดที่มีคนเยอะ อาทิ สามย่านมิตรทาวน์ บรรทัดทอง จุฬาซอย 5 แม้เป็นพื้นที่ใหม่ แต่เราก็รู้จักพื้นที่ดี สามารถจัดการเรื่องความปลอดภัยได้ ส่วนบริเวณ RCA จะมีการปาร์ตี้แบบสุดขั้ว เป็นอีกหนึ่งจุดที่เราจะเข้มงวดเรื่องความปลอดภัย
“ขอให้มั่นใจว่ากทม.ช่วยเรื่องความหนาแน่นได้ แต่อยากให้ประชาชนระวังเรื่องการเดินอาจลื่นล้มจากน้ำหรือรองเท้าได้ ทั้งนี้จากการพยากรณ์อากาศ คาดว่าจะไม่มีฝนหนัก แต่อาจจะมีฝนปรอย จึงเน้นย้ำเรื่องการเดินทาง และการใช้ยานพาหนะ รวมถึงการยืนรอของคนบนสถานีรถไฟฟ้า ต้องช่วยกันระวัง “

รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ปีนี้ที่ถนนข้าวสารและสีลม จะใช้กล้อง AI CCTV จำนวนมาก พร้อมกับ Emergency Len โดยถนนข้าวสารจะมีกล้องถึง 180 ตัว ส่วนสีลมมี 120 ตัว และจะมีการใช้เทคโนโลยี Face Recognition ร่วมด้วย ขณะที่มาตรการส่งเสริมความปลอดภัยในพื้นที่จัดงาน เช่น จุดคัดกรองเพิ่มความปลอดภัย, AI CCCTV, เตรียมพร้อมทีมแพทย์และพยาบาล, ทีมเทศกิจพร้อมช่วยเหลือ
สำหรับการรายงานสถิติคนที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ จะแตกต่างจากบริเวณจตุจักร โดยจะเก็บรวบรวมสถิติอุบัติเหตุและการได้รับบาดเจ็บตั้งแต่เวลา 23.59 น. – 00.00 น. โดยจะยึดเคสท้ายที่เข้ามาได้เพียงแค่ตอนเวลา 02.00 น. แล้วจึงจะนำมาสรุปผลในช่วงเช้าให้รับทราบ เพราะแพทย์จะต้องมีการตรวจสอบการเสียชีวิต การระบุอัตลักษณ์บุคคล ดังนั้น จึงต้องมีการบันทึกข้อมูลเข้าระบบไม่เกิน 2 ชั่วโมงหลังเที่ยงคืน
“สำหรับสถิติข้อมูลอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ในพื้นที่กทม. คืนวันที่ 11 เม.ย.68 เวลา 23.59 น. – 00.00 น. เข้าสู่วันที่ 12 เม.ย.68 มีจำนวนอุบัติเหตุ 5 ครั้ง ซึ่งมีจำนวนสูงกว่าปี 2567 ขณะที่สถิติคนได้รับบาดเจ็บปี 2568 มีจำนวน 2 ราย ทั้งนี้ ตนขอประชาสัมพันธ์เรื่องการสวมหมวกนิรภัย เนื่องจากยังมีบุคคลที่ขับรถขณะเมาสุรา ดังนั้น ขอให้งดดื่มหากต้องขับขี่ยวดยานพาหนะ” รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุ.
ส่วนสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเล่นสงกรานต์บริเวณถนนข้าวสารเมื่อปี 2567 มีประมาณ 50,000 รายต่อวัน ดังนั้น หากบริเวณถนนข้าวสารมีนักท่องเที่ยวทยอยเข้ามาเล่นสงกรานต์อย่างเนืองแน่นก็ต้องมีการหยุดคนไว้ก่อน เพื่อป้องกันเกิดความแออัดในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะได้มีการใช้เครื่องขยายเสียงประกาศขอให้มีการขยับย้ายเพื่อเพิ่มช่องว่าง ไม่ให้แออัดมากเกินไป

ด้าน ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยว่า ตนอยากให้ประชาชนที่ไปเที่ยวเทศกาลสงกรานต์มีความปลอดภัยสูงสุด จึงต้องมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยปีที่67 ถนนสีลมไม่ได้มีกล้องวงจรปิดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปรับปรุงสายไฟเบอร์ออปติคและทางเท้า ทำให้ปีนีัมีการติดตั้งกล้องของกทม.แล้ว 120 ตัว และมีกล้อง ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จุดคัดกรอง ซึ่งจะสามารถจดจำใบหน้าบุคคลได้ รวมทั้งกล้องที่สามารถเก็บภาพได้ 180 องศา และ 360 องศาด้วย
ทั้งยังมีการปรับปรุงกล้อง ซึ่งปกติเป็นกล้องจราจรดูทางเท้าของสำนักเทศกิจ จึงขอให้มั่นใจว่ากล้องมีความชัด เนื่องจากมีระบบจดจำใบหน้า แค่วินาทีเดียวก็สามารถจดจำใบหน้าได้แล้ว โดยภาพจะถูกส่งไปที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อตรวจสอบหมายจับในถังข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วประสาน สน.ท้องที่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ นายโกศล สิงหนาท ผอ.เขตพระนคร กล่าวว่า ถนนข้าวสารจัดทางเดินแบบวันเวย์ มีทางเข้าใหญ่ 3 จุด ได้แก่ ถนนจักรพงษ์ แยกบางลำภู และถนนบวรฯ ตรงวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ขณะที่ทางออกมี 4 จุด ได้แก่ ถนนจักรพงษ์ แยกบางลำภู ถนนบวร และแยกคอกวัว ที่ปีที่แล้วเกิดความแออัดในลักษณะคอขวด
ปีนี้จึงจัดให้เป็นทางออกอย่างเดียว ส่วนถนนรามบุตรี ปีก่อนเปิดให้เป็นทูเวย์ และมีทางออกฉุกเฉินเพื่อระบายคนมายังถนนข้าวสาร แต่ด้วยความแออัดปีนี้จึงปรับให้เป็นวันเวย์แทน ทั้งนี้ ความสำคัญของกล้อง AI CCTV กับเรื่องอาชญากรรม อย่างไรก็ไม่รอดพ้นสายตาจากกล้อง AI ที่มีการตรวจประวัติอาชญากรและมีการดำเนินการอย่างชัดเจน เรามีกล้องของกทม.กว่า 180 ตัวที่ถนนข้าวสาร มีเสาปลอดภัยที่ยังใช้การได้ในกรณีฉุกเฉิน.




