สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐออกแถลงการณ์ เรื่องการใช้อำนาจตามมาตรา 232 ของกฎหมายการขยายขอบเขตทางการค้า เปิดการสอบสวนอย่างละเอียด เกี่ยวกับการนำเข้ายา และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับ เซมิคอนดักเตอร์ และอุปกรณ์การผลิตที่เกี่ยวข้อง ว่าส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐอย่างไรบ้าง
แม้ยังไม่มีการระบุกรอบระยะเวลาของการดำเนินการอย่างเป็นทางการ ซึ่งตอนนี้ รัฐบาลวอชิงตันเปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณชน เกี่ยวกับการนำเข้ายาและเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐก่อน แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นสัญญาณ ว่าอาจมีการขึ้นภาษีกับสินค้าเหล่านั้น
The Trump administration took a decisive step toward imposing tariffs on semiconductor and pharmaceutical imports by initiating probes led by the Commerce Department https://t.co/HM1TcqZmZv
— Bloomberg (@business) April 14, 2025
ขณะที่นายโฮวาร์ด ลุตนิก รมว.พาณิชย์สหรัฐ กล่าวว่า “จะมีการกำหนดอัตราภาษีใหม่” กับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี “ที่สำคัญ” เหล่านี้ เบื้องต้นน่าจะเกิดขึ้นได้ ภายในอีก 2 เดือนนับจากนี้
ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับภาษีต่างตอบแทน ที่สหรัฐเรียกเก็บจากจีนในอัตราอย่างน้อย 145% แต่มีการระงับการเก็บกับสินค้าเหล่านี้ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทำเนียบขาวเน้นย้ำว่า “มีผลแค่ชั่วคราว”
อีกด้านหนึ่ง นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ กล่าวถึงการเจรจากับนานาประเทศ ในช่วงที่ยังมีการระงับใช้ภาษีต่างตอบแทน ซึ่งมีผล 90 วัน จนถึงวันที่ 9 ก.ค. นี้ ว่าการเจรจากับเวียดนามเริ่มอย่างเป็นทางการแล้ว ส่วนการหารือกับญี่ปุ่นจะเกิดขึ้น ในวันพุธที่ 15 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น
เกี่ยวกับการเจรจากับจีน เบสเซนต์กล่าวว่า “จะมีการบรรลุข้อตกลงยิ่งใหญ่” กับรัฐบาลปักกิ่ง แต่ไม่ได้กล่าวว่า การเจรจาจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และเมื่อใด.
เครดิตภาพ : AFP



