เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่กลายเป็นไวรัลอย่างมากอยู่ในขณะนี้ เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช” แพทย์เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท ได้ออกมาเปิดผลการวิจัยจากจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ เผย “ปากเหม็น” ทำให้เป็น “โรคไมเกรน” ได้จริงหรือไม่ พร้อมย้ำชัดการมีสุขภาพช่องปากไม่ดี ปล่อยให้แบคทีเรียปากเหม็นมาสร้างรังอยู่ มันจะทำให้เกิดการอักเสบเข้าไปในกระแสเลือดได้

โดยหมอสุรัตน์ ระบุข้อความว่า “สมองไมเกรนกับคนไข้ปากเหม็น อาจารย์รักษาคนไข้ไมเกรนมากี่พันคนแล้ว น่าจะหลายพัน คนไข้บางคนปวดรุนแรงมาก บ้างหาเหตุได้บ้างก็หาเหตุไม่เจอ ทำไมถึงต้องเป็นเรา คนไข้บ่นบ่อยๆ อันนี้บางทีก็บอกยาก ไม่ใช่ไม่มีเหตุ แต่มันหาเหตุไม่เจอ แต่สัปดาห์ก่อน หมอผมรู้ไมเกรนกำเริบเพราะแฟนปากเหม็น ให้ไปหาหมอฟันก็ไม่ไป ดูไม่ค่อยทำความสะอาด แล้วปากเหม็นนี่กลิ่นมันกระตุ้นไมเกรนใช่ไหมหมอ”

อีกทั้ง “คนไข้ไม่เห็นเหม็นเลย หอมจะตาย พูดพลางเอามือมาอังแล้วพ่นลมออกมา เอาไปดมดูเหมือนทีเล่นทีจริง คือปากเหม็น ปากไม่สะอาด มันจะไปเกี่ยวกับไมเกรนยังไง หรือ ปากเหม็นๆ มันทำให้คนเป็นไมเกรนสูดลมหายใจกระตุ้นตลอดเวลาหรือเปล่านะ ปากเหม็นหรือสุขภาพช่องปากไม่ดีจริงๆ ปัจจุบันมันมีงานวิจัยที่บ่งว่า มันเกี่ยวกับโรคหลายโรคเลยและพอค้นใน “pubmed” ก็พบว่ามีวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์แล้ว ไมเกรนมันเกี่ยวกับปากเหม็นจริงๆนะ”

“เรื่องจริงของความเกี่ยวข้องของอวัยวะที่น่าประหลาดใจ อวัยวะของเราในร่างกายมีหลายอวัยวะ หน้าที่มันแตกต่าง แม้มันอยู่ในร่างกายเดียว แต่เดี๋ยวนี้งานวิจัยได้ชี้ว่า มันมีความเกี่ยวข้องกันแบบคาดไม่ถึง และนี่ทำให้การรักษาโรคในปัจจุบันแบบแยกส่วน บางทีโรคก็ไม่ได้ดีขึ้นสิ อย่างการศึกษาชิ้นใหม่ ที่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างสุขภาพช่องปากที่ไม่ดี ทำให้ปากเหม็น ที่มีแบคทีเรียในช่องปาก หรือที่เรียกว่า “ไมโครไบโอม” และสมองที่ไวต่อความเจ็บปวด”

โดย “นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ “Viome Life Sciences” ได้ตั้งคำถามวิจัยถึงความเกี่ยวข้องของอวัยวะที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน คือ สุขภาพช่องปากและอาการสมองไวต่อความปวด โดยได้เก็บข้อมูลจากผู้หญิง 158 คน ในเมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ โดยต้องไม่สูบบุหรี่ ไม่มีเบาหวานหรือโรคอักเสบเรื้อรัง ทีมวิจัยได้ใช้แบบสอบถามสุขภาพช่องปากขององค์การอนามัยโลก (WHO), เครื่องมือวัดความเจ็บปวดที่ผ่านการรับรอง”

“การวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำลายด้วยเมตา-ทรานสคริปโตมิกส์ เพื่อสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพช่องปาก ไมโครไบโอมและความเจ็บปวด โดยความเจ็บปวดที่ศึกษา ได้แก่ อาการปวดเรื้อรัง เช่น ไฟโบรมัยอัลเจีย ไมเกรน และลำไส้แปรปรวน (IBS) ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะในผู้หญิงผลการศึกษา”

โดยสุขภาพช่องปากและความเจ็บปวด จะมีข้อมูลดังต่อไปนี้
1. ผู้ที่มีคะแนนสุขภาพช่องปากต่ำ พูดง่ายๆ คือ ปากเหม็นเพราะมีแบคทีเรียมาก มีคะแนนความเจ็บปวดทางร่างกายสูงขึ้น ซึ่งเป็นไมเกรนบ่อยขึ้น และปวดท้องมากขึ้น (p< 0.001)
2. ผู้หญิงที่มีสุขภาพช่องปากแย่ที่สุด มีแนวโน้มที่จะเป็นไมเกรนเรื้อรัง หรือถี่มากกว่าคนทั่วไปถึง 2-3 เท่า
ชนิดแบคทีเรียที่เกี่ยวข้อง
3. หากพิจารณาชนิดแบคทีเรียจะมีการพบ Gardnerella, Mycoplasma salivarium และ Lancefieldella ในระดับสูงเชื่อมโยงกับคะแนนสุขภาพช่องปากที่ต่ำและความเจ็บปวดที่มากขึ้น และสี่สายพันธุ์ที่สัมพันธ์กับความเจ็บปวดทางร่างกาย

อีกทั้ง ผลลัพธ์สนับสนุนแนวคิดเรื่อง แกนประสาทและไมโครไบโอมในช่องปาก ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่ในการเข้าใจอาการปวด โดยสิ่งที่พบจะมีดังต่อไปนี้
1. เชื้อโรคในช่องปากสามารถปล่อยโมเลกุล ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ เช่น LPS (lipopolysaccharide) ซึ่งอาจเข้าสู่กระแสเลือดและกระตุ้นการอักเสบของระบบประสาท
2. แบคทีเรียอย่าง Mycoplasma salivarium กระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันในเหงือก และผลิตไซโตไคน์อักเสบ ซึ่งเคยพบในข้อต่อของผู้ป่วย TMJ (ขากรรไกร)
3. จุลชีพบางชนิดสามารถกระตุ้นการผลิต CGRP และ VEGF ซึ่งมีบทบาทในการเพิ่มสัญญาณปวด และพบในระดับสูงในไมเกรนและไฟโบรมัยอัลเจีย

อย่างไรก็ตาม “การมีสุขภาพช่องปากไม่ดี ปล่อยให้แบคทีเรียปากเหม็น มาสร้างรังอยู่ มันจะทำให้เกิดการอักเสบเข้าไปในกระแสเลือดได้ และสารเหล่านั้นก็ทำให้สมองตอบสนองให้ไวขึ้น นี่ต่อไปรักษาคนไข้ไมเกรน ต้องให้เค้าอ้าปากให้ดมว่าเหม็นหรือเปล่านะ เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า หากปวดเรื้อรัง สำรวจช่องปากตัวเองให้ดี ไม่แน่อาจทำให้อาการปวดที่เป็นหายก็ได้ หากรักษาช่องปากให้ดีนะ” หมอสุรัตน์ กล่าว

ขอบคุณข้อมูล : สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์