โครงการทางเดินลอยฟ้าราชวิถี (Rajavithi Skywalk) ช่วงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถึงแยกตึกชัย จึงเกิดขึ้น โดยความร่วมมือระหว่าง กรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ 12 หน่วยงาน ที่ร่วมมือผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ของประชาชน ในการสัญจรที่สะดวกสบายมากขึ้น

ทีมข่าวชุมชนเมืองเดลินิวส์ ได้มีโอกาสพูดคุยถึงโครงการสกายวอล์กดังกล่าว เพื่อทราบวัตถุประสงค์ และการดำเนินโครงการ กับ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า นโยบายของ กทม. หนึ่งเรื่องคือมีเป้าหมายทำให้เมือง เดินได้ เดินดี และน่าเดิน ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ให้ความสำคัญ การที่เมืองมีทางเท้า ทางเดินที่ดี จะช่วยส่งผลให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี เพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร และยังเป็นการส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้นอีกด้วย

ประกอบกับบริเวณ ถนนราชวิถี ยังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานด้านสาธารณสุขหลายแห่ง ทั้ง โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกฯ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้มีผู้สัญจรเป็นจำนวนมาก ทั้งผู้ที่มาใช้บริการทางการแพทย์ และบุคลากรของโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังเป็นจุดเชื่อมกับขนส่งสาธารณะ ดังนั้นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน เดินได้สะดวกจึงเป็นสิ่งสำคัญ

สำหรับโครงการทางเดินลอยฟ้าราชวิถี (Rajavithi Skywalk) ช่วงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถึงแยกตึกชัย รวม ระยะทางทั้งสิ้น 1.341 กม. แบ่งเป็น 2 ช่วง ดังนี้ 1.ช่วงแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถึงแยกตึกชัย เชื่อมต่อทางเดินลอยฟ้าโรงพยาบาลรามาธิบดี ระยะทาง 1 กม .และ 2.ช่วงเกาะราชวิถี และเกาะพหลโยธินระยะทาง 341 ม. จะใช้การระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 1 ปี งบประมาณ 467 ล้านบาท โดยตามสัญญาผู้รับเหมาจะเริ่มงานในช่วงต้นเดือน เม.ย. 68 นี้

ขณะนี้ผู้รับจ้างได้เสนอแผนงานการก่อสร้างมาว่า จะเริ่มดำเนินการตรงบริเวณไหนก่อน เพราะบริเวณเกาะราชวิถี ยังคงมีร้านค้าขายของอยู่ จึงอาจจะต้องพูดคุยและวางแผนงานก่อสร้าง ว่าจะเริ่มตรงเกาะไหนก่อน จะก่อสร้างอย่างไร ในช่วงก่อสร้างจะยังให้ค้าขายได้หรือไม่ คงต้องดูและพูดคุยกันอีกครั้งว่า สามารถทำได้หรือไม่ ถ้าทำ 2 อย่างคู่กัน รวมถึงก็ยังต้องลงสำรวจสาธารณูปโภคต่างๆ ที่กีดขวางด้วย

“อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างสกายวอล์กครั้งนี้ เรามีความเป็นห่วงประชาชนที่เดินบนทางทางเท้าด้านล่าง ระหว่างที่ทำการก่อสร้าง ดังนั้นจึงต้องดูแผนงานของผู้รับจ้างอย่างดี รวมถึงการดูแลต้นไม้ ที่ปลูกอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่จะมีการก่อสร้าง ได้มีการปรึกษาภาคีเครือข่ายในการย้ายต้นไม้ เบื้องต้นคาดว่าจะมีการล้อมต้นไม้ 18 ต้น และเมื่อสร้างแล้วเสร็จ ก็จะมีการปลูกชดเชยเพิ่มอีก

ทั้งนี้ ทางเท้าบริเวณถนนราชวิถี มีความแคบอยู่กว้างเพียง 1.00-3.30 เมตร ซึ่งในช่วงแคบ ถ้าเอาเสาของสกายวอล์กไปตั้งก็วางไม่ได้ จึงเป็นเหตุผลที่เราขอความร่วมมือทั้ง 12 หน่วยงาน ในการให้เสาโครงสร้างตั้งอยู่ในเขตพื้นที่หน่วยงาน โดยไม่ใช้พื้นที่ทางเท้า ทั้งนี้ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะทำให้ผู้ที่เดินเท้าด้านล่างก็มีหลังคากันแดดกันฝนได้ ส่วนด้านบนก็จะเดินได้สะดวก เพราะเชื่อมต่อจาก BTS และในบางจุดก็มีทางเชื่อมเข้าโรงพยาบาลได้เลย” รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า โครงการทางเดินลอยฟ้าราชวิถี (Rajavithi Skywalk) บริเวณอนุสาวรีย์ถึงแยกตึกชัย เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะส่งผลให้ประชาชนทุกคน ทั้งผู้สูงอายุ คนพิการ สัญจรสะดวกสบายเท่าเทียม ขนาดสกายวอล์กกว้างกว่า 4 เมตร ทำให้รถพยาบาลขนาดเล็กสามารถวิ่งได้ในกรณีฉุกเฉิน และสามารถเชื่อมต่อโครงข่ายขนส่งมวลชนรถไฟฟ้า BTS รถเมล์และเชื่อมต่อไปยังสกายวอล์กของโรงพยาบาลรามาธิบดีได้
โดยรูปแบบของสกายวอล์ก หรือทางเดินลอยฟ้ามีหลังคาคลุม โครงสร้างทางเดินลอยฟ้าแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 พื้นทางเดินลอยฟ้าและหลังคาคลุม ออกแบบให้เสารับหลังคาอยู่เพียงด้านเดียวของทางเดิน ทำให้แนวทางเดินโปร่งโล่ง และราวจับสามารถใช้งานได้ยาวต่อเนื่องตลอดทางเดิน ราวกันตกตลอดทางเดินใช้เหล็กแบนวางตั้งเพื่อให้มีความโปร่ง สามารถมองเห็น ผู้ใช้งานบนทางเดินได้ชัดเจนไม่มีมุมอับที่เสี่ยงต่อการเกิดการก่ออาชญากรรม

ส่วนที่ 2 เสาเหล็กกลมรับทางเดินและโครงสร้างพื้น ออกแบบให้ระยะห่างระหว่างเสาที่รับพื้นทางเดินเท่ากันทุกช่วง เพื่อลดระยะเวลาและการลดความซับซ้อนในการก่อสร้าง และสามารถปรับระยะเสาให้เหมาะสมกับพื้นที่ได้ เพื่อไม่ให้กระทบกับทางเข้าออกอาคาร และทัศนียภาพโดยรอบ โครงสร้างทางเดินและหลังคาทั้งหมดปิดด้วยแผ่นฝ้าโลหะ โดยคำนึงถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อย ง่ายต่อการดูแลรักษา ตลอดแนวทางเดินมีจุดเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลและหน่วยงาน สำหรับผู้ใช้บริการหรือรถบริการขนาดเล็กในกรณีฉุกเฉินรวมทั้งบันไดและลิฟต์โดยสาร สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ.



