เมื่อวันที่ 17 เม.ย. นายแสงสุรี ซองทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ได้เปิดเผยว่า ตามที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้มีการประกาศปิดพื้นที่ห้ามทำกิจกรรมดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกเป็นการชั่วคราว ในเขตอุทยานฯ 9 จุด เพื่อต้องการฟื้นฟูและฟื้นตัวของแนวปะการังฟอกขาว ตามประกาศฉบับลงวันที่ 22 มิถุนายน 2567

นายแสงสุรี กล่าวอีกว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 ชุดปฏิบัติการฝ่ายวิชาการด้านอนุรักษ์คุ้มครองสัตว์ทะเล ชุดปฏิบัติการใต้น้ำ และชุดปฏิบัติการด้านการวิจัยสัตว์ทะเล 30 นาย ออกปฏิบัติการดำน้ำสำรวจสังเกตการณ์และดูสภาพพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น ปรากฏว่าส่วนใหญ่แนวปะการังมีการฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี และมีแนวโน้มการฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ

นายแสงสุรี กล่าวว่า หลังจากที่พบว่าแนวปะการังมีการฟื้นตัวดีขึ้น จึงได้มีการประชุมคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ของสำนักงานอุทยานแห่งชาติ และคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ จึงมีข้อสรุปออกมาว่า ปะการังฟอกขาวเกิดขึ้นด้วยปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของท้องทะเล เมื่อธรรมชาติได้มีการฟื้นฟูในการฟื้นตัวให้ปะการังมีการปรับตัวได้ดีกลับมาเหมือนเดิม สมควรเปิดให้นักท่องเที่ยวที่มีความชื่นชอบในการดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก ได้เดินทางไปสัมผัสกับใต้ท้องทะเลอันดามัน เพื่อชมความสวยงามของปะการังต่างๆ รวมถึงสัตว์น้ำที่หายากได้เช่นเดิม

นายแสงสุรี กล่าวอีกว่า ดังนั้นอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ จึงออกประกาศเรื่องยกเลิกประกาศ ปิดการท่องเที่ยวกิจกรรมดำน้ำตื้น และกิจกรรมดำน้ำลึกและแนวปะการังโดยรอบเป็นการชั่วคราว ฉบับลงวันที่ 22 มิถุนายน 2567 โดยผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว สามารถนำนักท่องเที่ยวเข้าไปดำน้ำตื้นและน้ำลึกได้ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2568 เป็นต้นไป

นายแสงสุรี เปิดเผยต่อไปว่า สำหรับพื้นที่ดำน้ำตื้นและน้ำลึกที่สามารถทำกิจกรรมได้ ประกอบด้วย เกาะไก่ ด้านทิศเหนือ และด้านทิศตะวันออก เกาะปอดะ ด้านทิศเหนือ หน้ามาตังหมิง เกาะปอดะ อ่าวปูหยา เกาะแดง อ่าวไร่เล เกาะรังนกหรือเกาะแฮปปี้ เกาะยาวาซัม อ่าวโล๊ะบาเกา ถ้ำไวกิ้ง ด้านทิศเหนือ หน้าอ่าวปิเละ โดยยกเว้นพื้นที่เกาะไก่ ด้านทิศตะวันตก อ่าวค้างคาว

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว รวมถึงนักท่องเที่ยว ไกด์นำเที่ยว ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว และกัปตันเรือ ให้ถือและปฏิบัติตามกฎอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด โดยไม่ทิ้งเศษอาหารหรือขยะลงทะเล ห้ามทิ้งสมอในแนวปะการัง ห้ามเหยียบหรือจับปะการังและสัตว์ทะเลทุกชนิด และขอความร่วมมือโดยเคร่งครัดช่วยกันในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ให้คงอยู่คู่กับจังหวัดกระบี่ และของประเทศไทยสืบไป

หากผู้ใดฝ่าฝืนประกาศอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติปี 2563 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ







