ล่าสุดกระบวนการยุติธรรมเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง หลัง กรมราชทัณฑ์ นำร่องต้นแบบ เรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี (Hub) ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรื่องนี้ “ทีมข่าวอาชญากรรม” มีโอกาสสอบถามที่มาที่ไปและการเริ่มดำเนินการ โดย นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยถึงแนวคิดจัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดีว่า หากคำนึงถึงหลักรัฐธรรมนูญ กรณีที่มีผู้ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดี เราจะปฏิบัติกับบุคคลนั้นเสมือนเป็นนักโทษเด็ดขาดไม่ได้ เพราะยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาตัดสินเด็ดขาด
ดังนั้น เรือนจำศูนย์ระหว่างการพิจารณาคดี จะเป็นพื้นที่รองรับผู้ที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี ซึ่งศาลยังไม่มีคำพิพากษาเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม นอกจากการจัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดีในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแล้ว อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า จะขยายการจัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดีไปยังเรือนจำตามจังหวัดต่างๆ ให้มี 1 เรือนจำในจังหวัดนั้นๆ ทำหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี ส่วนเรือนจำอื่นในจังหวัดเดียวกันให้ทำหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังเด็ดขาดแทน
สำหรับเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดีใน 8 กลุ่มจังหวัด จะประกอบด้วย กลุ่มจังหวัดลำปาง, กลุ่มจังหวัดพิษณุโลก, กลุ่มจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, กลุ่มจังหวัดขอนแก่น, กลุ่มจังหวัดนครศรีธรรมราช, กลุ่มจังหวัดสงขลา, กลุ่มจังหวัดปทุมธานี และกลุ่มจังหวัดกรุงเทพมหานคร
“ด้วยในกรุงเทพมหานครมีหลายเรือนจำ/ทัณฑสถาน ราชทัณฑ์จึงกำหนดตามความเหมาะสม เลือกให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดีภายในเรือนจำฯ เพื่อควบคุมผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ซึ่งจะแยกออกจากผู้ต้องขังเด็ดขาด”
ทั้งนี้ การจัดตั้งเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี อาจมีการปรับปรุงสถานที่ให้เอื้อต่อการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี อาทิ การให้ความสะดวกเรื่องการพบทนายความ เพื่อปรึกษาเรื่องคดี การเยี่ยมญาติ การใช้ชีวิต ด้วยผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีจะยังไม่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรม ฝึกทักษะอาชีพ หรือต้องเข้าโปรแกรมบำบัดฟื้นฟูพัฒนาพฤตินิสัย
“อาจมีเพียงบางส่วนสมัครใจอยากช่วยเหลืองานในเรือนจำ แต่ส่วนใหญ่จะเน้นให้ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีได้มีเวลาเต็มที่เพื่อต่อสู้คดี ได้มีเวลาพบทนายเพื่อเข้าถึงข้อกฎหมาย”
กรณีใน 1 วันปกติจะต้องมีผู้ต้องขังแรกรับเข้าใหม่/ผู้ต้องขังระหว่างฝากขังทุกวันนั้น อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ตนพิจารณาว่าสถานที่ซึ่งจะถูกปรับปรุงให้เป็นเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดีจะมีพื้นที่เพียงพอสำหรับรองรับ ก่อนหน้านี้ผู้ต้องขังระหว่างในพื้นที่กรุงเทพมหานครถูกกระจายไปฝากขังตามเรือนจำ/ทัณฑสถานต่าง ๆ แต่จากนี้จะได้ย้ายมาฝากขังที่เรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเป็นหลัก
ส่วนเรื่องระบบดูแลผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี จะมีขั้นตอนเช่นเดิมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำทะเบียนผู้ต้องขังแรกรับเข้าใหม่ การตรวจคัดกรองกักโรคโควิด-19 เป็นต้น สิ่งที่เปลี่ยนไปอาจเป็นเรื่องสิทธิต่าง ๆ ที่ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีควรได้รับ เรื่องเครื่องแต่งกาย การใช้ชีวิตประจำวัน
พร้อมย้ำกรมราชทัณฑ์ยังคงคำนึงเรื่องความปลอดภัย และความเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุอันตรายเกิดขึ้น อย่างการจัดการพื้นที่ไม่ให้คู่กรณีมีโอกาสเผชิญหน้ากัน
“เราต้องมีการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้ผู้ซึ่งเป็นคู่กรณีกันต้องมาเจอกัน ปะทะกัน เรามั่นใจว่าเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดี จะเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี” อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุ.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน






